10 เคล็บลับหน้าใสสำหรับสาวยุคใหม่ ง่าย ๆ ได้ผลจริง

โดยธรรมชาติไม่ว่าใครก็หวังให้ตัวเองดูดี และอยากหน้าใสอยู่เสมอ เพื่อความมั่นใจของตัวเอง และยังเป็นการช่วยรักษาสุขภาพอนามัยด้วย จึงมักจะสรรหาสารพัดวิธี เพื่อมาดูแลตัวเอง เสียเงินไปก็มากมายได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง แต่แท้จริงแล้วการที่จะทำให้ผิวหน้าใสนั้นง่ายมาก ๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เล็กน้อยเท่านั้น โดยการใส่ใจดูแลความสะอาดและร่างกายอย่างถูกวิธี สำหรับใครที่อยากหน้าใส ให้ตั้งใจอ่านบทความนี้ดี ๆ เพราะว่าเรามีเคล็ดลับมาฝากเหล่าสาว ๆ ที่อยากหน้าใส ซึ่งสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน โดยมีวิธีการดังนี้

10 วิธีการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่อยากหน้าใส

  1. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

ตลอดชีวิตของคนเราจะใช้เวลาในการนอนพักผ่อน 1 ใน 3 ของทั้งชีวิต ทำไมร่างกายมนุษย์ถึงต้องการการพักผ่อนมากมายขนาดนั้น คำตอบก็คือ เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้มีประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ ช่วยจัดระเบียบความทรงจำ ช่วยรักษาพลังงาน และ การพักผ่อนยังให้ผลดีอีกมากมาย แต่ประโยชน์ของการพักผ่อนที่เราจะกล่าวถึงในบทความนี้ นั่นก็คือการซ่อมแซมตนเอง ที่เกี่ยวข้องกับการปรับฮอร์โมน และ การรักษาความเหนื่อยล้าในแต่ละวัน

เราควรนอนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนจากความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาตลอดทั้งวัน ทั้งจากการทำงาน การเรียน การออกกำลังกาย และ การท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนั้น การพักผ่อนยังเป็นการปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกายให้ร่างกายมีระดับฮอร์โมนไม่มากไม่น้อยเกินไป ส่งผลให้ไม่ค่อยเป็นสิวเนื่องจากผิวหน้าไม่แห้งหรือมันจนเกินไปมีความสมดุล นอกจากจะนอนอย่างเพียงพอแล้ว จำเป็นที่จะต้องนอนอย่างมีประสิทธิภาพด้วย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเรานอนอย่างมีประสิทธิภาพ สังเกตได้จากหลังตื่นนอนจะรู้สึกสดชื่น สมองปรอดโปร่ง พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ ไม่ง่วง หรือ ไม่รู้สึกอยากนอนต่อ

10 เคล็บลับหน้าใสสำหรับสาวยุคใหม่ ง่าย ๆ ได้ผลจริง 1

  1. ออกกำลังกายอย่างเป็นประจำ

อาจฟังดูพูดง่ายแต่ทำได้ยาก แต่ก็ต้องค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนจนทำให้การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน สำหรับใครที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย อาจจะเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการออกกำลังกายสักวันละ 10-15 นาที เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้เมื่อเริ่มออกกำลังกายครั้งแรกไม่ต้องให้เหนื่อยหอบจนหายใจไม่ทัน แต่ให้เริ่มในระดับพื้นฐาน แค่ระดับที่ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี เช่น การเดินไว หรือ การเต้นแอโรบิกยามเช้า เล่นท่าง่าย ๆ วันละ 10-15 นาที การออกกำลังกายจะช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี ช่วยให้ร่างกายผลิตสารและฮอร์โมนต่าง ๆ ที่จำเป็นออกมาได้ดียิ่งขึ้น และยังมีข้อดีที่ช่วยให้หน้าใส ดูมีน้ำมีนวลอีกด้วย

  1. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

ร่างกายคนเราประกอบไปด้วยน้ำถึง 70% การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่นอกจากจะช่วยปรับสมดุลน้ำในร่างกาย และ หล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ แล้ว น้ำยังมีส่วนช่วยให้ผิวหน้าไม่ขาดสมดุล ไม่แห้งหรือมันจนเกินไป และไม่ลอกไม่แห้งแตกเป็นขุยอีกด้วย สำหรับผู้ชายควรดื่มน้ำไม่น้อยกว่า 3.7 ลิตรต่อวัน และหญิงควรไม่น้อยกว่า  2.7 ลิตรต่อวัน หรือคิดคร่าว ๆ ว่าวันละ 8 แก้ว (แก้วละ 200-300 มิลลิลิตร) แต่ไม่ควรดื่มน้ำครั้งละมาก ๆ แต่ให้เน้นไปที่การดื่มน้ำบ่อย ๆ แทน

  1. ทานอาหารให้ครบหมู่

การทานอาหารให้ครบหมู่เป็นเรื่องที่จำเป็นมาก หากขาดสารอาหารที่จำเป็นก็จะทำให้ร่างกายเริ่มทำงานบกพร่อง และควรเน้นที่การทานผัก ผลไม้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นอย่างครบถ้วน รวมถึงลดการทานน้ำตาลหรืออาหารที่มีรสหวานมากจนเกินไป และลดการทานของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิว และโรคอื่น ๆ ตามมา ถ้าอยากหน้าใสก็ต้องอดใจเอาสักหน่อย

10 เคล็บลับหน้าใสสำหรับสาวยุคใหม่ ง่าย ๆ ได้ผลจริง 2

  1. ขับถ่ายเป็นประจำทุกวัน

การขับถ่ายเป็นการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการขับถ่ายคือช่วงเช้า เวลาประมาณตีห้าถึงเจ็ดโมงเช้า โดยทั่วไปแล้วคนเราจะเริ่มรู้สึกอยากขับถ่ายภายใน 30 นาทีหลังช่วงที่ตื่นนอนหรือหลังทานอาหารเสร็จ เพราะว่าในช่วงเวลาที่เรากำลังนอนหลับพักผ่อน อวัยวะภายในของเรายังคงทำงานอยู่ตลอด โดยเฉพาะลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ที่จะทำหน้าที่ในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร รวมทั้งขับของเสียออกมาเพื่อรอการขับถ่าย การที่ไม่ค่อยถ่ายหรือถ่ายไม่เป็นเวลา ร่างกายจะดูดซึมของเสียเหล่านั้นกลับไปใช้อีกครั้ง จึงอาจทำให้ใบหน้าหม่นหมอง ไม่สดใส และเป็นต้นเหตุให้เกิดสิวได้ สำหรับใครที่อยากหน้าใสก็คงจะต้องฝึกและปรับเปลี่ยนเวลาในการขับถ่ายเล็กน้อย

  1. วิธีปฏิบัติเมื่อเป็นประจำเดือน

ข้อนี้สำหรับสาว ๆ โดนเฉพาะ ร่างกายจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มระดับสูงขึ้นในช่วงที่จะมีประจำเดือน จึงมีผลทำให้เกิดอาการบวมน้ำภายใน รูขุมขนก็จะเล็กลง ต่อมไขมันที่คอยทำหน้าที่ผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาก็เสี่ยงต่อการอุดตันและเป็นสิวง่าย วิธีที่จะรับมือกับช่วงนี้ก็คือ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำเยอะ ๆ และล้างหน้าให้สะอาด เมื่อมีสิวขึ้นบ้างก็ไม่ต้องกังวลมากนัก ให้ใช้ครีมแต้มสิวทาตามปกติเหมือนที่ทำในเวลาเป็นสิว

  1. ไม่เครียดหรือกังวลเป็นเวลานาน ๆ

การกังวลหรือเครียดเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมา เป็นฮอร์โมนในกลุ่มสเตียรอยด์ที่สร้างและหลั่งจากต่อมหมวกไต ตอบสนองต่อความเครียดโดยตรง เมื่อเครียดร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอลเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายอยู่ในสภาพตื่นตัวตลอดเวลา รวมถึงยังทำให้ผิวอักเสบได้ง่ายอีกด้วย อีกนัยหนึ่งคือเมื่อเครียดเราจะเป็นสิวได้ง่ายขึ้นนั่นแอง และเมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลไม่สมดุล จะยังส่งผลไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกายด้วย เช่น ความดันสูง น้ำหนักขึ้น น้ำตาลและไขมันในเลือดสูง ระบบร่างกายแปรปรวน ความจำแย่ลง และ ไม่ค่อยมีสมาธิ

10 เคล็บลับหน้าใสสำหรับสาวยุคใหม่ ง่าย ๆ ได้ผลจริง 3

  1. งดดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่

งดดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ร่างกายจะขับน้ำออกมามากขึ้น ทำให้ปัสสาวะบ่อย จนผิวไม่ชุ่มชื้น อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองและอักเสบได้ง่าย และยังเป็นการเพิ่มสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ร่างกายแก่เร็ว รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ร่ายกายพักผ่อนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ปวดหัวในตอนเช้า และ ยังส่งผลเสียอื่น ๆ ในระยะยาวอีกด้วย

งดบุหรี่ ในบุหรี่ 1 มวน มีสารประกอบกว่า 200 ชนิด ที่แน่นอนว่าไม่ส่งผลดีต่อร่างกาย และยังทำให้การผลิตคอลลาเจนลดลง ส่งผลให้ผิวหน้าแก่ก่อนวัยอันควร เกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าคนวัยเดียวกัน ทั้งยังทำให้ผิวหน้าดูเหนื่อยล้า ซึ่งถ้าหากอยากหน้าใสจริง ๆ ก็สมควรที่จะเลิกสูบบุหรี่ เพราะต่อให้คุณบำรุงผิวหน้าอย่างดีเพียงใดก็ยังดูผิวหน้าสากกว่าคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่อยู่ดี

  1. ทาครีมกันแดด และหลีกเลี่ยงแสงแดด

ในปัจจุบันที่แสงแดดรุนแรง และส่งผลเสียแก่ร่างกายมากมาย เช่น ฝ้า กระ สิว และ โรคมะเร็งผิวหนัง ทำให้เรารู้กันดีว่าไม่ควรโดนแสงแดดโดยตรง และต้องป้องกันแสงแดดทุกครั้ง โดยมีวิธีแนะนำสำหรับผู้ที่อยากหน้าใสมาบอกดังนี้

  •  ใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดด
  •  ใช้ร่มหรือหมวกช่วยบังแดด
  •  งดออกแดดช่วงเที่ยงถึงบ่ายสาม ที่มีค่ารังสียูวีสูง
  •  ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป (ค่ากันแดดสูงสุดปัจจุบันอยู่ที่ SPF 50) และมีค่า PA +++ หรือ 3 บวกขึ้นไป (ปัจจุบันมีค่า PA สูงสุด 4 บวก หรือ PA++++)
  •  ทาครีมกันแดดก่อนที่จะเจอแดดอย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดเซ็ตตัวกลายเป็นเนื้อฟิล์มปกป้องผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  1. ล้างหน้าให้ถูกวิธี

ควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ไม่ควรใช้โฟมล้างหน้าแบบที่มีเม็ดสครับแข็ง ๆ เพราะจะบาดใบหน้า และเกิดการระคายเคืองได้ง่าย และต้องเลือกโฟมล้างหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าด้วย เช่น ถ้าเป็นสิวง่ายให้เลือกสูตรลดความมัน ลดสิว และหลีกเลี่ยงโฟมล้างหน้าสูตรเพิ่มความกระจ่างใส

หากแต่งหน้าต้องทำความสะอาดด้วยคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางก่อน ซึ่งหากแต่งตาด้วยเครื่องสำอางกันน้ำ ก็จำเป็นจะต้องใช้คลีนซิ่ง สำหรับรอบดวงตาโดยเฉพาะด้วย ซึ่งส่วนมากจะมีส่วนผสมเป็นน้ำมัน ช่วยให้คราบเครื่องสำอางหลุดออกง่าย ไม่ระคายเคืองตา ไม่ต้องถูแรง และไม่แสบตา หลังจากเช็ดหน้าสะอาดหมดจดแล้วจึงตามด้วยการล้างหน้าปกติ