ใช้ครีมลดรอยสิวอะไรดี ตัวไหนเด็ด ตัวไหนโดน รู้กัน

สิวหัวหนอง

รอยสิวเกิดจากการเป็นสิวที่มีการอักเสบหรืออุดตันของรูขุมขน ทำให้หลังจากสิวหายก็จะมีรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวทิ้งไว้ ยิ่งสิวมีระดับรุนแรงมากก็จะยิ่งทิ้งรอยไว้มากขึ้นตามไปด้วย โดยเราจะแบ่งความรุนแรงของสิวแต่ละประเภทดังนี้ รุนแรงน้อย เช่น สิวหัวขาว สิวหัวดำ, รุนแรงปานกลาง เช่น สิวตุ่มแดง สิวหัวหนอง, รุนแรงมาก เช่น สิวก้อนลึก สิวซีสต์

 

ลักษณะของรอยสิว

หลัก ๆ แล้วรอยสิวจะมี 2 รูปแบบด้วยกันนั่นก็คือ

  • รอยทั่วไป เป็นจุดสีแดงหรือสีน้ำตาล เกิดขึ้นหลังจากเป็นสิวตื้น ๆ และมักจะค่อย ๆ จางไปเองเมื่อเวลาผ่านไป 3-6 เดือน โดยที่ไม่จำเป็นต้องรักษา หรือรักษาได้ด้วยครีมลดรอยสิวทั่วไป
  • รอยหลุมลึก รอยหลุมสิวหากไม่ลึกมากสามารถใช้ครีมลดรอยสิวประเภทที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวช่วยได้ แต่ในกรณีเป็นรอยสิวที่มีความลึกควรเข้าปรึกษาแพทย์ เพราะรอยสิวประเภทนี้จะอยู่ในชั้นผิวที่ลึกกว่ารอยสิวทั่วไป รักษาเองได้ยาก จึงอาจจะต้องได้รับหัตถการตามขั้นตอนที่เหมาะสม ตามดุลพินิจของแพทย์

 

รอยสิวรักษาให้หายขาดได้ไหม

รอยสิวชนิดทั่วไปนั้นสามารถหายไปได้เองอย่างสมบูรณ์เมื่อเวลาผ่านไป 3-6 เดือน แต่หากเป็นรอยสิวแบบหลุมลึกนั้นอาจจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็สามารถทำให้แลดูจางลงได้ด้วยครีมลดรอยสิว ส่วนหลุมสิวที่ลึกมาก ๆ นั้นไม่อาจทำให้หายไปได้ จึงอาจใช้วิธีอื่น ๆ ในการปกปิดร่วมด้วย เช่น ใช้ไพร์เมอร์เพื่อปรับความเรียบเนียนของใบหน้า ตามด้วยทาครีมรองพื้น

การรักษารอยสิว

การรักษารอยสิวนั้นเราจะรักษาตามระดับความรุนแรงของสิว เช่น การรักษารอยดำรอยแดงจากสิวนั้นจะจางไวกว่า โดยเฉพาะเมื่อทาครีมลดรอยสิวช่วยอีกทางหนึ่ง ปกติแล้วรอยสิวนั้นจะสามารถจางหายไปเองได้ โดยผู้ที่มีอายุน้อยรอยสิวจะหายเร็วกว่า ตามกลไกการรักษาร่างกายที่จะทำงานได้ดีเมื่อเรายังหนุ่มและสาว

แต่ในกรณีที่เป็นหลุมสิวลึกนั้นจะรักษาได้ยากกว่ามาก จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม เพราะรอยสิวที่ลึก ๆ นั้น มักจะนิยมรักษาโดยการทำเลเซอร์ควบคู่ไปกับการทำซับซิชัน (การตัดพังผืดใต้ชั้นผิวเพื่อทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น) แต่ก็มีข้อพิจารณา คือราคารักษานั้นค่อนข้างสูง และต้องปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเคร่งครัด เพราะผิวจะไวต่อแสงมากขึ้นหลังทำเลเซอร์

 

การรักษารอยดำรอยแดง
การรักษารอยดำรอยแดงนั้นจะรักษาได้ง่ายกว่ารอยหลุมสิว ควรเลือกครีมลดรอยดำรอยแดงจากสิว ที่มีส่วนผสมของวิตามินอี วิตามินซี อาร์บูติน กลูต้าไธโอน โคจิก และทรานซามิค เป็นต้น เพราะสารเหล่านี้จะช่วยลดรอยดำจากสิวได้ดี โดยจะยกตัวอย่างครีมลดลอยสิวที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายดังนี้

  1. Mederma Intense Gel

ราคา : 10 กรัม 450 บาท และ 20 กรัม  860 บาท
ผลิตภัณฑ์จากประเทศเยอรมนี เป็นครีมลดรอยสิวในรูปแบบเจล สิทธิบัตรเฉพาะจาก Merz Pharma เป็นครีมลดรอยสิวที่นิยมใช้กันมายาวนานกว่า 15 ปี ด้วย เทคโนโลยี “ไลโปโซม” ช่วยนำพาสารสำคัญเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุดมไปด้วยสาร Cepalin หรือสารสกัดจากหัวหอมสูตรเข้มข้น มีคุณสมบัติช่วยปรับสีผิวให้แลดูสม่ำเสมอ ช่วยลดจุดด่างดำต่าง ๆ รอยแผลเป็นทั่วไป แผลจากการผ่าตัด รวมถึงแผลคีลอยด์ สามารถใช้ได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว ผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อเจลซึมซาบได้ง่ายแห้งไวไม่เหนอะหนะ มีสารโซเดียม ไฮยาลูโรเนต ช่วยทำให้ผิวนุ่มและเรียบเนียนมากขึ้น เห็นผลได้ภายใน 2 สัปดาห์

วิธีใช้ ทาบาง ๆ จนเนื้อเจลซึมเข้าผิว วันละ 1 ครั้ง ไม่ต้องล้างออก

  1. Hiruscar Postacne

ราคา : 5 กรัม 265 บาท และ 10 กรัม 425 บาท

เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทเมดดิโนวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณ มีคุณสมบัติหลัก ๆ ในการช่วยให้รอยดำรอยแดงจากสิวแลดูจางลง รอยสิวดูตื้นขึ้น ช่วยลดปัญหาสิวอุดตัน เป็นครีมลดรอยสิวที่มีเนื้อเจล แห้งง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งคราบ

มีส่วนประกอบหลักคือ Pionin ช่วยลดการสะสมแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวอุดตัน, Allium Cepa ช่วยให้รอยแดงแลดูจางลง, Vitamin B3 ช่วยปรับผิวให้สม่ำเสมอ รอยดำดูลดเลือน, Allantoin ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวใหม่ และ MPS ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน

วิธีใช้ บีบเนื้อเจลใสพอประมาณทาบาง ๆ บริเวณร่องรอยดำจากสิวประเภทต่าง ๆ ควรใช้อย่างต่อเนื่องวันละ 2-3 ครั้ง

เป็นประจำทุกวัน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่องรอยดำจากสิวได้ภายใน 4 สัปดาห์

 

3.Scagel

ราคา : 9 กรัม 160 บาท และ 19 กรัม 425 บาท
เป็นครีมลดรอยสิวมีส่วนประกอบที่สกัดจากธรรมชาติดังนี้ Allium Cepa 12% สารสกัดบริสุทธิ์จากหัวหอม ช่วยยับยั้งการอักเสบของผิวหนังและยับยั้งการเจริญเติบโตของรอยแผลเป็น อีกทั้งช่วยทำให้รอยแผลเป็นที่แข็งนุ่มขึ้น ลดขนาดรอยสิว และลดรอยแดง ซึ่งเกิดจากแผลเป็นให้เล็กลง, Centella Asiatica 10% ช่วยทำให้รอยแผลเป็นเรียบเนียนแลดูอ่อนเยาว์, Tamarind and mixed fruit extracts สารสกัดจากมะขามและผลไม้นานาชนิด ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ทำให้เซลล์ผิวหนังที่เกิดใหม่แข็งแรงขึ้น, Paper Mulberry Extract สารสกัดบริสุทธิ์จากต้นปอสา ช่วยทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ, Aloe vera Extract สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ยับยั้งการระคายเคืองของผิวหนัง และคืนความชุ่มชื่นสู่ผิว, Allantion ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม และกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่, Vitamin E วิตามินอี ช่วยให้ผิวหนังแข็งแรงผิวสวยสดใสขึ้น, Nanohydroxyprolisilane CN ทำให้รอยแผลเป็นดูจางลงและเรียบเนียนขึ้น

วิธีใช้ ทาบริเวณรอยแผลเป็น นวดเบา ๆ จนกระทั่งเจลซึมซาบเข้าสู่ผิว วันละ 3 – 4 ครั้ง

 

  1. Smooth E

ราคา : 7 กรัม 85 บาท และ 40 กรัม 325 บาท

ครีมลดรอยสิวสัญชาติไทย ผลิตครั้งแรกในปี 1990 ครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกาย มีอัลฟ่า-โทโคฝีรอล ช่วยดูแลผิวพรรณ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวที่แห้งกร้าน และมีริ้วรอย มีสมุนไพรธรรมชาติ ช่วยลดเลือนรอยสิวและสมานผิวที่ถูกทำลายจนเกิดริ้วรอย มีส่วนผสมของโจโจบาออยล์จากธรรมชาติ บำรุงผิวให้เนียนนุ่มละมุน คงความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวให้เต่งตึงเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล ป้องกันรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย และมี Centella Essence เสริมประสิทธิภาพการสมานผิวที่ถูกทำร้าย จนเกิดริ้วรอยต่าง ๆ ให้ลดเลือนได้ไวขึ้น พร้อมช่วยเสริมสร้าง Collagen ให้ผิวเรียบขาวเนียนนุ่ม

วิธีใช้ ทาบริเวณที่มีริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิว หรือบริเวณที่มีปัญหาวันละ 2-3 ครั้ง

 

การรักษารอยหลุมสิว

ลักษณะหลุมสิว แบ่งตามความรุนแรง 3 ระดับ

  • Rolling scar หลุมสิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นหลุมตื้น ๆ สามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่ารอยสิวแบบอื่น ๆ เพราะหลุมจะเกิดที่ผิวหนังชั้นบนเท่านั้น
  • Box Scar รอยหลุมสิวระดับรุนแรงปานกลาง รอยหลุมชนิดนี้มีขอบชัดเจนและมีขนาดกว้างกว่ารอยสิวชนิดรุนแรงมาก แต่มีความตื้นของฐานหลุมน้อยกว่า มีความลึกของหลุมสิวแค่บริเวณชั้นผิวไม่ถึงชั้นรูขุมขน
  • Icepick Scar รอยหลุมสิวประเภทรุนแรงมาก หลุมสิวแบบนี้จะมีรอยหลุมแคบ ขอบชัดและลึก ลึกไปถึงผิวหนังชั้นลึก รอยประเภทนี้รักษาได้ยาก และใช้เวลานาน

 

ใช้ครีมลดรอยสิวอะไรดี ตัวไหนเด็ด ตัวไหนโดน รู้กัน 1

รักษารอยหลุมสิวด้วยเลเซอร์

เลเซอร์หลุมสิวมีหลากหลายชนิดให้เลือก แต่หลักการทำงานจะคล้าย ๆ กัน คือการยิงเลเซอร์เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง โดยไม่จำเป็นต้องผลัดเซลล์ผิวออก เพื่อให้ผิวที่ยังปกติสร้างเซลล์มาแทนที่ วิธีนี้นอกจากจะช่วยเรื่องหลุมสิวแล้วยังช่วยเรื่องของผิวหยาบกร้าน รูขุมขนกว้าง รวมไปถึงริ้วรอยชนิดตื้นได้อีกด้วย โดยที่หลังจากทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่เจ็บไม่บวม แต่ควรงดการโดนแดดโดยตรง และควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง รวมทั้งทายาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

 

ปัจจุบันมีศูนย์เลเซอร์หลายแห่ง ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมไปถึงคลินิกเสริมความงาม ราคาและวิธีการรักษาในแต่ละที่จะแตกต่างกันออกไป โดยจะมีราคาค่ารักษาอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 10,000 บาท ต่อครั้ง โดยบางที่คิดค่าบริการเป็นจำนวนช็อต บางที่คิดค่าบริการเป็นแบบเหมาจ่ายทำได้หลายครั้ง และควรรักษาร่วมกับการทำซับซิชัน หรือเทคนิคการตัดพังผืดใต้ผิว เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้น