เลเซอร์กระ มีขั้นตอนการดูแลรักษา และเตรียมตัวอย่างไร

เลเซอร์คืออะไร

ในทางการแพทย์ เลเซอร์จะเป็นตัวทำลายสิ่งผิดปกติของร่างกายให้หมดไป สามารถทำลายได้ทุกส่วนของร่างกายเป็นการรักษาอย่างหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการความรวดเร็วในการรักษา โดยทำการยิงเลเซอร์ไปในส่วนที่เราต้องการทำลายรวมถึงการทำเลสิกตา ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะยิงเลเซอร์เข้าไปในตาดำ เพื่อทำการรักษาค่าสายตาที่ผิดเพี้ยนไป ให้กลับมาคงสภาพปกติเหมือนคนสายตาปกติทั่วไปที่ไม่ต้องใส่แว่นเพื่อการมองเห็นอีกต่อไป

สำหรับการเลเซอร์ผิวหนังที่ผิดปกติของร่างกายเช่น ขี้แมลงวัน ฝ้า และ กระ หรือรอยแผลเป็นที่หายยากเป็นการยิงเลเซอร์เฉพาะจุดที่ต้องการให้ทำลายสภาพผิวที่ตายแล้วทิ้ง และให้ร่างกายปรับสภาพผิวฟื้นฟูกลับมาเนียนเท่ากันทุกส่วนในร่างกาย การยิงเลเซอร์ที่บริเวณผิวหนังบนร่างกายจะแบ่งได้ 2 วิธี ได้แก่

  1. เลเซอร์ไม่ส่งผลให้เกิดแผล  ในทางการแพทย์จะเรียกว่า (Non-ablative Laser) เลเซอร์ชนิดนี้จะไม่ส่งผลให้เกิดแผลหลังการรักษา ผู้ป่วยจะไม่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เพราะเป็นการยิงเลเซอร์ทำลายผิวชนิดเย็น ซึ่งจะทำปฏิกิริยาบนผิวหนังที่ตายแล้วเท่านั้น และจะไม่ทำร้ายเซลล์ผิวที่สมบูรณ์บนร่างกาย หลังจากรักษา ผู้ป่วยจะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทั่วไปไม่ต้องนอนพักรักษาตัวเพื่อรอให้อาการดีขึ้น การรักษาแบบเลเซอร์เย็นเป็นที่นิยมมีผู้ป่วยให้ความสนใจอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่จะทำลายเซลล์ผิวที่เสียอย่างเดียว แต่จะส่งผลให้เซลล์ผิวชั้นในเร่งผลิตคอลลาเจนมาทดแทนในส่วนที่เสียไปมากขึ้น ทำให้หลังจากการเลเซอร์ ผิวหนังจะได้รับความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น
  2. เลเซอร์ที่อาจส่งผลให้มีรอยแผลไหม้  ที่ในทางการแพทย์จะเรียกว่า Ablative Laser เลเซอร์ชนิดนี้จะทำปฏิกิริยาให้ผิวหนังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงกว่า Non-ablative Laser เพราะจะใช้คาร์บอนไดออกไซด์เป็นเลเซอร์ในการรักษา ส่วนใหญ่จะใช้รักษาโรคผิวหนังจำพวก รักษารอยแผลเป็น ไฝ ขี้แมลงวันรวมถึงเลเซอร์กระ หลังจากที่ทำการรักษาผิวหนังชั้นนอกจะเกิดรอยไหม้ตามจุดที่โดนเลเซอร์ แต่ผู้ป่วยสามารถเดินทางกลับบ้านได้ตามปกติและรอยไหม้ที่เกิดจากเลเซอร์จะค่อย ๆ จางหายไปเอง โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้ระยะเวลา 7-10 วันรอยไหม้จึงจะหายไปหมดและผิวหนังที่โดนเลเซอร์จะกลับมาเนียนสวยเหมือนกับผิวหนังที่ไม่เคยโดนเลเซอร์ ในส่วนการเลเซอร์ “กระ” นิยมทำกันทั้ง 2 วิธีขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของกระในแต่ละชนิด เลเซอร์กระ มีขั้นตอนการดูแลรักษา และเตรียมตัวอย่างไร 1

การเตรียมตัวก่อนการเลเซอร์กระ

ก่อนการรักษาผิวหนังทุกครั้งควรมีการเตรียมตัวที่ถูกวิธีและถูกต้องตามหลักการรักษาที่แพทย์ระบุไว้ ทั้งนี้ผู้ป่วยควรเลือกวิธีการรักษาตามที่ตนเองต้องการ โดยการเตรียมตัวก่อนการเลเซอร์มีขั้นตอนดังนี้

  1. ถามคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญในการเลเซอร์กระ เพื่อสอบถามถึงวิธีการรักษาและผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากการรักษาอย่างไร
  2. เช็คสภาพร่างกาย แพทย์จะสอบถามเบื้องต้นเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวว่าเคยแพ้ยาอะไรไหม และเคยรักษาโดยการเลเซอร์มาก่อนหรือไม่
  3. พักการใช้ยาที่อาจจะส่งผลข้างเคียงกับการรักษาด้วยเลเซอร์ เช่น อาหารเสริม ยาแอสไฟริน ยาไอบูโพรเฟนรวมวิตามินอี เป็นต้น ตัวยาที่กล่าวมานี้จะส่งผลให้เลือดหยุดไหลช้ากว่าปกติและไม่เป็นผลดีต่อวิธีการรักษา ควรหยุดใช้ก่อนทำการรักษาอย่างน้อย 2 อาทิตย์
  4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดการสูบบุหรี่ทุกชนิดก่อนทำการรักษา 3 วัน
  5. หลีกเลี่ยงการโดนแดดแรงและควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สามารถปกปิดร่างกายไม่ให้โดนแดดได้

ขั้นตอนการเลเซอร์กระ

การรักษาผิวหนังโดยการใช้เลเซอร์ ควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่แพทย์สั่งอย่างละเอียดเพื่อผลการรักษามีประสิทธิภาพ

  1. แพทย์จะให้ชำระล้างบริเวณที่ต้องการรักษา โดยมีคำแนะนำอย่างถูกวิธีในการทำความสะอาด
  2. แพทย์จะทายาชาเพื่อลดอาการเจ็บปวดขณะที่ทำการรักษา
  3. แพทย์จะเริ่มกระบวนการรักษาโดยยิงเลเซอร์บนผิวหนังจุดที่ต้องการรักษาเลเซอร์กระ มีขั้นตอนการดูแลรักษา และเตรียมตัวอย่างไร 2

ข้อควรปฏิบัติหลังการเลเซอร์กระ

หลังการรักษา แพทย์จะแนะนำสิ่งที่ต้องปฏิบัติเพื่อให้มีผลการรักษาไปในทางที่ถูกที่ควร และเป็นผลดีต่อผู้ป่วยที่ทำการรักษา ดังนี้

  1. แพทย์จะสั่งจ่ายยาสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการบวมในบริเวณที่รักษา
  2. หลังการรักษาให้ชำระล้างบริเวณที่รักษาบ่อย ๆ เพื่อลดการเกิดรอยแผลและทาวาสลีนให้ความชุ่มชื้นแก่บริเวณที่รักษา แต่ถ้าหากการรักษาทำให้แผลเปิดควรหลีกเลี้ยงการถูกน้ำโดยตรงก่อน หลังจากแผลแห้งสนิทจึงสามารถชำระล้างได้ตามที่แพทย์แนะนำ
  3. งดโดนแดด 1 เดือน เนื่องจากบริเวณที่รักษาจะไวต่อแสงแดดมาก ควรใช้ครีมทากันแดดที่มี SPF 50+ และสวมเสื้อผ้าที่มิดชิดป้องกันแดด
  4. พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวบริเวณที่รักษา
  5. ควรทาครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้บริเวณที่รักษากลับมาเป็นปกติโดยเร็ว

ผลข้างเคียงของการเลเซอร์กระ

เนื่องจากร่างกายโดยปกติของมนุษย์มีความแตกต่างกันบางรายอาจจะทนต่อการรักษาและไม่เกิดผลข้างเคียงใด ๆ แต่สำหรับบางรายที่เกิดอาการแพ้อาจได้รับผลข้างเคียงที่ต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนัง

  1. เกิดแผลเป็นหลังจากการรักษาและอาจเกิดรอยแผลเป็นถาวรได้
  2. สีผิวไม่สม่ำเสมอ สำหรับผู้ป่วยบางราย ลักษณะสีผิวที่ผ่านการยิงเลเซอร์อาจจะไม่กลับมามีสีผิวเนียนเหมือนสีผิวเดิมโดยเร็ว อาจต้องใช้เวลาในการบำรุงรักษาสีผิว
  3. ผิวบวมแดงในระยะแรก การยิงเลเซอร์กระอาจจะทำให้บริเวณที่รักษาเกิดการแพ้ ซึ่งเป็นสาเหตุของผิวที่บวมแดงแต่ผิวจะกลับมาคืนสภาพเดิมประมาณ 7-10 วัน
  4. เกิดปัญหาสิวหลังการรักษา เนื่องจากเลเซอร์จะเข้าไปทำลายสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ส่งผลให้ร่างกายระบายสิ่งสกปรกออกมาจากผิวหนัง
  5. ผิวติดเชื้อ ผู้ป่วยบางท่านอาจมีอาการแพ้ชนิดของเลเซอร์ที่ทำการรักษ าควรกลับไปพบแพทย์ทันทีเมื่อรู้สึกถึงความปกติบนผิวหนัง
  6. สีผิวเปลี่ยน เลเซอร์อาจจะเข้าไปทำลายสีผิวชั้นในจนทำให้ไม่สามารถสร้างสีผิวเดิมกลับมาได้
  7. เกิดตุ่มใสบริเวณที่รักษาเป็นผลข้างเคียงที่เกิดน้อยที่สุดซึ่งไม่มีผลเสียต่อร่างกายและผิวหนัง

การบำรุงรักษาหลังเลเซอร์กระ

หลังจากที่ทำการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญหลังจากการรักษาคือการดูแลบำรุงรักษาเพื่อให้สภาพผิวที่โดนเลเซอร์กลับมาเป็นปกติ เนื่องจากเซลล์ผิว จะได้รับความร้อนอย่างมากขณะทำการรักษาผิวหนังชั้นนอกจะถูกทำลายไปเหลือไว้แต่ผิวชั้นใน จากนั้นผิวชั้นในจะค่อย ๆ สร้างเซลล์ผิวเพื่อมาปกปิดผิวชั้นใน ดังนั้นการดูแลรักษาผิวหลังจากรักษาจะควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

  1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามที่แพทย์แนะนำหรือตามที่แพทย์สั่งเพื่อการดูแลรักษาที่ตรงจุดในบริเวณที่รักษา
  2. เลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายเพื่อลดการระคายเคืองแก่ผิว
  3. ควรบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอเพื่อลดการละคายเคืองและแห้งแตกของผิว
  4. ทาครีมป้องกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันผิวไม่ให้โดนแดดโดยตรงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีตัวยาช่วยบำรุงผิวหนังด้วย เลเซอร์กระ มีขั้นตอนการดูแลรักษา และเตรียมตัวอย่างไร 3

อย่างไรก็ตาม การบำรุงรักษาอย่างเดียวอาจไม่ทำให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างถาวร หากหลังจากการเลเซอร์กระผู้ป่วยยังมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการโดนแดด มีผิวแห้งและผิวขาดน้ำแต่ขาดการดูแล ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพ้ของผิวหนัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ควบคู่ไปกับการบำรุงรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ครีมบำรุงที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำ

การใช้ครีมบำรุงเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้หลังจากการรักษา ซึ่งส่งผลให้ผิวหนังกลับมาคืนสภาพปกติได้เร็วขึ้น ควรบำรุงด้วยครีมที่มีส่วนทำให้บริเวณผิวหนังที่เลเซอร์กระชุ่มชื้นไม่แห้งแตกหรือขาดน้ำ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เกิดแผลเป็นได้

  1. YVES ROCHER ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นเซรั่มบำรุงผิวที่มีส่วนผมจากธรรมชาติเท่านั้น จะช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจาการเลเซอร์ ปกป้องผิวที่เสียหายให้กลับคืนสภาพเดิมได้ แถมยังสร้างคอลลาเจนให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นเป็นการชะลอความหย่อนคล้อยให้กับผิว
  2. Dr.JILL ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ลดรอยจุดด่างดำที่เกิดจากการเลเซอร์กระ ให้สีผิวที่เสียกลับคืนสภาพเดิม และเพิ่มความขาวใสให้ผิวเป็นการช่วยให้ผิวปรับสภาพหลังจากการรักษาได้ดีขึ้น
  3. Eucerin เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย แห้งแตก โดยเฉพาะ เพื่อฟื้นฟูผิวที่เสียให้กลับมานุ่มชุ่มชื้นได้ดีขึ้นและลดอาการแห้งแตกของผิว
  4. Vitamin C,E ปกป้องผิวที่ผ่านความร้อนและให้ผิวชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา
  5. Aloe Vera ว่านหางจระเข้สูตรจากธรรมชาติที่จะรักษาผิวหนังที่เกิดการอักเสบจากความร้อนได้ดี ในระยะแรกหลังการเลเซอร์กระ