เลือกประเภทเลเซอร์รักษารอยสิวอย่างไร

ปัญหาผิวพรรณคือปัญหาหลักที่หลายคนกังวลใจ เพราะทุกคนนั้นล้วนมีปัญหาผิวเกิดขึ้นกันทั้งนั้น มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป หนึ่งในปัญหาหลัก ๆ ของผิวหน้านั้น คงหนีไม่พ้นการเป็นสิวและเกิดหลุมสิว รอยดำ รอยแดง ตามมาในภายหลัง ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน แม้จะสามารถปกปิดได้ด้วยรองพื้นหรือคอนซีลเลอร์ แต่ก็เป็นการปกปิดได้ชั่วคราวเท่านั้น แถมยังต้องเสียเวลาในแต่ละวันมากขึ้นเพื่อแต่งหน้าปกปิดปัญหาผิวเหล่านั้น

ปัญหาผิวที่ค่อนข้างหนักเลยคือรอยสิว เพราะว่ารอยสิวนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วการจะรักษาจนรอยสิวดีขึ้นด้วยครีมนั้น ใช้เวลานาน ประมาณ 3-6 เดือนเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อการแก้ปัญหาผิวในระยะยาวและได้ผลดี หลาย ๆ คนจึงมองไปที่การทำเลเซอร์โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาอย่างรอยสิวที่มีรอยคล้ำมาก ๆ เพราะการทำเลเซอร์รอยสิวนั้นให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจกว่าการรักษารอยสิวแบบประเภทอื่น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของเลเซอร์รอยสิวแต่ละชนิด เพื่อประกอบการตัดสินใจในการรักษา บทความวันนี้เราจึงจะขอนำเสนอประเภทของเลเซอร์รอยสิว และการปฏิบัติตัวก่อนและหลังการรักษา เพื่อให้คุณเตรียมตัวหาข้อมูลได้อย่างดีก่อนจะทำเลเซอร์รอยสิวเลือกประเภทเลเซอร์รักษารอยสิวอย่างไร 1

การทำเลเซอร์รอยสิวมักจะเป็นวิธีรักษาชนิดแรก ๆ ที่หลาย ๆ ท่านนึกถึง เพราะว่าการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถรักษาได้ทั้ง หลุมสิว รอยดำ รอยแดง รอยแผลเป็นจากสิว ให้จางลงจนกระทั่งสังเกตเห็นได้ยาก ผลการรักษาที่ยอดเยี่ยมนั้นจึงเป็นที่ถูกใจใครหลาย ๆ คน แต่การทำเลเซอร์รอยสิวนั้นมีราคาสูงกว่าการรักษาแบบอื่น จึงต้องตัดสินใจให้ดี ว่าจะใช้เลเซอร์รอยสิวประเภทใด ที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับที่คุณต้องการมากที่สุด เพื่อให้คุ้มค่ากับค่ารักษาที่คุณต้องจ่ายไป และหากไม่สะดวกที่จะทำเลเซอร์รอยสิวก็สามารถใช้วิธีอื่น ๆ ในการรักษาแทน เช่นการทาครีม AHA, BHA เพื่อผลัดเซลล์ผิว การสครับหน้า การทำทรีตเม้นท์ผลัดเซลล์ผิว หรือการทาครีมที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอก็ได้เช่นกัน

รอยสิวเกิดจากอะไร

อันดับแรกเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า รอยสิวนั้นมีสาเหตุเกิดจากอะไร โดยส่วนมากนั้นรอยสิวมักจะเกิดจาก สิวอักเสบเป็นหลัก เพราะเมื่อผิวหน้าเกิดการอักเสบ จะส่งผลให้ผิวหน้าบริเวณที่อยู่รอบ ๆ สิวอักเสบมีสีเปลี่ยนแปลงไป ในตอนแรกอาจมองเห็นเป็นเพียงแค่รอยแดง แต่เมื่อผ่านไปสักระยะหนึ่งรอยสิวอาจเปลี่ยนไปเป็นรอยดำคล้ำ ซึ่งการที่มีรอยดำนั้นจะพบในผู้ที่มีสิวผิวโทนคล้ำกว่าคนที่มีโทนผิวขาว โดยปกติแล้วรอยดำเหล่านั้นจะสามารถจางหายไปเองในระยะเวลา 6-12 เดือน แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมด้วยว่าเป็นอย่างไร เช่นว่าปกติแล้วคุณเป็นคนที่แผลหายเร็วหรือไม่ หรือรอยดำนั้นลึกมากน้อยขนาดไหน รวมถึงปัจจัยทางด้านอายุก็มีผล หากมีอายุน้อยแผลก็มักจะหายเร็วกว่าผู้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ยิ่งสาว ๆ ในตั้งแต่วัย 25 ปีขึ้นไปการผลัดเซลล์ผิดจะน้อยลง ทำให้ใบหน้าไม่กระจ่างใส

การเลเซอร์รอยสิวด้วยเครื่องเลเซอร์แต่ละชนิดนั้นมีราคาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการรักษาและผลข้างเคียง หากให้ผลการรักษาดีและมีผลข้างเคียงน้อยราคาก็จะสูง แต่หากให้ผลการรักษาแบบปานกลางและมีผลข้างเคียงมากหน่อย ก็มักจะมีราคาถูกกว่า เราจึงขอให้คุณพิจารณาเลเซอร์ต่าง ๆ ด้านล่างนี้ก่อนว่าแบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด

ประเภทของเลเซอร์รอยสิว

เลือกประเภทเลเซอร์รักษารอยสิวอย่างไร 2

 

  • เลเซอร์รอยสิวด้วย (Pulsed Dye Laser)

เลเซอร์ชนิดนี้เป็นชนิดที่มีคลื่นความยาวแสงในระดับ 595 นาโนเมตร คลื่นแสงในระดับนี้จะทำให้เส้นเลือดเกิดความร้อน จึงสามารถใช้เพื่อรักษาเส้นเลือดที่ผิดปกติใต้ชั้นผิวหนัง เช่น รอยคล้ำใต้ตา รอยดำ รอยแดงจากสิว นอกจากการรักษาที่กล่าวมาแล้ว  ยังใช้รักษา รอยแตกลาย เส้นเลือดขอด รอยจากการผ่าตัด และโรคสะเก็ดเงินได้อีกด้วย เพราะเลเซอร์ Pulsed Dye Laser จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ เลเซอร์ประเภทนี้จะให้ผลลัพธ์การรักษาได้ดีในชั้นผิวที่ไม่ลึกมาก มีความปลอดภัยสูง ได้รับมาตรฐาน อ.ย. และมาตรฐาน FDA จากประเทศสหรัฐอเมริกา ใช้เวลาในการรักษา 10-15 นาที เลเซอร์ประเภทนี้ไม่ต้องทายาชา และไม่เจ็บ สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้หลังจากที่ทำทันที และจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเมื่อทำ 3-5 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะเวลาการทำแต่ละครั้ง 1-2 เดือน

ราคา ทั่วหน้าประมาณ 2,000 – 3,000 บาท/ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ยิง ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละคลินิก

  • เลเซอร์รอยสิวด้วย IPL (Intense Pulse Light)

IPL คือ แสงที่มีช่วงคลื่นแสงกว้างที่ถูกปล่อยออกมาหลาย ๆ ช่วงพร้อมกัน

 

มีความยาวคลื่นเริ่มตั้งแต่ 420 นาโนเมตร ไปจนถึง 1200 นาโนเมตร IPL สามารถครอบคลุมปัญหาผิวได้มากกว่าเลเซอร์แบบปกติที่คลื่นแสงเดียว จากความสามารถในการปรับช่วงคลื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษา ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยดำ รอยแดง โดยที่การรักษาแต่ละปัญหาผิวนั้นใช้ความยาวคลื่นไม่เท่ากับ IPL จึงมีความยืดหยุ่นได้มากกว่า ทั้งนี้คลื่นแสง IPL จะกระจายตัวมากกว่าแสงเลเซอร์ และซึมเข้าไปยังชั้นผิวหนังแท้โดยไม่ทำลายหนังกำพร้าหรือผิวชั้นนอก ผิวหนังจึงถูกทำลายน้อยกว่าการทำเลเซอร์ที่ยิงแสงออกมาเพียงช่วงความถี่เดียว วิธีการรักษาคือแพทย์จะทายาชาให้ก่อน 30-60 นาที และใช้เวลาในการยิงคลื่น IPL 20-30 นาที หลังจากเข้ารับการรักษาอาจจะรู้สึกร้อนคล้ายกับเวลาโดนแดด 2-3 ชั่วโมง และอาจบวมแดงเล็กน้อยใน 2 วันแรกหลังการรักษา การเลเซอร์รอยสิวด้วย IPL นั้นจะให้ผลลัพธ์ดีที่สุดหลังจากรักษา 3-6 ครั้ง โดยเว้นระยะเวลาการทำแต่ละครั้ง 1-2 เดือน

ราคา ทั่วหน้าประมาณ 3,000 – 5,000 บาท/ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ยิง ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละคลินิก

  • เลเซอร์รอยสิวด้วย YAG Laser (Yttrium-Aluminum Garnet Laser)

YAG Laser เป็นเทคโนโลยีการยิงเลเซอร์ที่ปล่อยคลื่นแสงเข้าไปยังจุดที่มีเม็ดสีเมลานินและทำลายเม็ดสีเหล่านั้น มีชื่อทางการค้าว่า Gentle Yag โดย YAG Laser นั้นจะมี 2 ความยาวคลื่นคือ ความยาวคลื่น 532 นาโนเมตร ที่เหมาะในการใช้กับเม็ดสีที่อยู่บนผิวหนังชั้นตื้น และความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร ที่เหมาะในการใช้กับเม็ดสีที่อยู่ในชั้นหนังแท้ลึก ๆ หากใช้ทั้งสองคลื่นร่วมกันจะให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้หน้าใส นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการรักษารอยสิว รอยดำ รอยแดง รอยย่นบนใบหน้า และกระตุ้นให้หลุมสิวตื้นขึ้น และด้วยประสิทธิภาพในการกำจัดเม็ดสีเมลานินได้ดี จึงมีการใช้เลเซอร์ประเภทนี้ในการกำจัดขนในที่ต่าง ๆ เช่นหนวดเครา ขนที่ขอบิกินี รวมไปถึงรอยสัก ข้อดีคือเห็นผลได้ดีตั้งแต่ครั้งแรก แต่มีข้อพิจารณาคือมีราคาค่อนข้างสูง และมีผลข้างเคียงน้อย เหมาะกับทุกสภาพสีผิว สำหรับการรักษารอยสิวจะสามารเห็นผลได้หลังจากทำ 2-3 ครั้ง โดยมีระยะห่างในการรักษาครั้งต่อไปประมาณ 1-2 เดือน

ราคา ทั่วหน้าประมาณ 3,000 – 5,000 บาท/ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตที่ยิง ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละคลินิก

การเตรียมตัวก่อนเลเซอร์รอยสิว

  1. หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแดดก่อนเข้ารับการรักษา 1-2 สัปดาห์
  2. แจ้งโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยาแก่แพทย์ก่อนทุกครั้ง
  3. งดทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด 7-10 วันก่อนการรักษา เพราะจะส่งผลให้เลือดออกมากหรือนานขึ้นขณะรักษา
  4. ควรแต่งหน้ามาน้อย ๆ เนื่องจากต้องล้างหน้าก่อนเข้ารับการรักษาให้สะอาด
  5. ควรนำร่มและแว่นกันแดดติดตัวมาด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอแสงแดดหลังจากที่รักษาเสร็จ

การปฏิบัติตัวหลังทำเลเซอร์รอยสิว

  1. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดดตรง เพราะสภาพผิวหลังทำเลเซอร์นั้นจะมีความไวต่อแสงเป็นอย่างมาก การโดนแสงแดดจึงอาจจะกระตุ้นการเกิด ฝ้า กระ และจุดด่างดำอีกครั้ง
  2. ทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกไปโดนแสง
  3. ควรใช้ครีมบำรุงที่มีมอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้นมาก ๆ บำรุงทุกวันหลังจากทำเลเซอร์ 1-2 สัปดาห์ เพราะหลังจากที่ทำเลเซอร์แล้วผิวหน้าเราจะแห้งมาก ๆ
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะผิวที่แห้งนั้นต้องการความชุ่มชื้นอย่างมาก
  5. ปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทายาที่ได้มาให้ครบตามที่กำหนด