เลือกซื้อครีมหน้าขาวอย่างไรให้เหมาะกับผิวหน้าของเรา?

ครีมผิวขาว

 

ผู้หญิงหลายๆ คนมักมีปัญหาผิวที่หมองคล้ำ ไม่ว่าใครก็คงอยากมีผิวขาวกระจ่างใส ไร้กระ และจุดด่างดำ จึงมองหาวิธีการหรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้ผิวขาวแบบเร่งด่วน ซึ่งมีจำหน่ายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด โดยครีมดังกล่าวที่หลาย ๆ คนรู้จักกัน ก็คือ “ครีมหน้าขาว” (Whitening Products) แต่หากลองใช้ผลิตภัณฑ์บนผิวหน้าไประยะเวลาหนึ่งนั้น ก็จะพบว่ามีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าไม่ว่าจะเป็นอาการของการเกิดสิว ผื่นแพ้ ลอก แดง คัน และอักเสบที่รุนแรง ควรหยุดใช้ครีมหน้าขาวทันที เนื่องจากในการผลิตครีมหน้าขาวนั้น ผู้ผลิตบางรายมีการใช้ส่วนประกอบที่เป็นสารอันตรายต่อผิว หรือ สารต้องห้ามเติมลงในครีมหน้าขาว เช่น สเตียรอยด์ (Steroid) ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) หรือปรอท (Mercury) ส่วนสารไวเทนนิ่งในครีมหน้าขาวที่สามารถใช้ได้ปลอดภัย เช่น  วิตามินซี (Vitamin C) ซึ่งช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น รวมทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยดูจางลงได้ และวิตามินอี (Vitamin E) ช่วยลดริ้วรอยและรอยแผลเป็น ดังนั้นการทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างปลอดภัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวและสีผิวของแต่ละคน โดยควรเลือกใช้ครีมหน้าขาวที่จดทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่หากพบว่าครีมหน้าขาวตัวไหนที่ไม่มีการรับรองจาก อย. ก็ให้หลีกเลี่ยงในการใช้

 

เลือกซื้อครีมหน้าขาวอย่างไรให้เหมาะกับผิวหน้าของเรา

ในปัจจุบันจะพบว่ามีสื่อการโฆษณาหรือการรีวิวถึงผลลัพธ์หรือสรรพคุณของครีมหน้าขาวนั้นเกินความเป็นจริง เช่น “ถ้าหากคุณใช้ครีมหน้าขาวยี่ห้อนี้แล้ว คุณจะมีผิวที่ขาวขึ้นทันทีภายใน 7 วัน” จึงทำให้ผู้บริโภคบางรายตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาเกินความจริงดังกล่าว ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงและรู้เท่าทัน เรามาดูเทคนิคในการเลือกซื้อและเลือกใช้กันเลย

  1. การสังเกตจากการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ ว่าโอ้อวดสรรพคุณของครีมหน้าขาวเกินความเป็นจริงหรือไม่ ถ้าหากเกินความเป็นจริง ควรหลีกเลี่ยงครีมหน้าขาวยี่ห้อดังกล่าว ซึ่งอาจจะมีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายอยู่ อีกวิธีคือการจากเช็ครีวิวจากผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริง ว่าใช้แล้วมีผลลัพธ์หรืออันตรายกับผิวหน้าหรือไม่จากทางอินเตอร์เน็ต
  2. ตรวจสอบว่ามีที่มาที่ไปชัดเจน ครีมหน้าขาวต้องที่มาของผู้ผลิตหรือการนำเข้า มีฉลากบอกรายละเอียดถึงยี่ห้อ สรรพคุณ ข้อควรระวัง วันเดือนปีที่หมดอายุ และลอตการผลิตที่ชัดเจน
  3. ครีมหน้าขาวต้องได้รับการรับรองจาก อย. คือ ต้องผ่านการขออนุญาตและมีเลขที่จดแจ้งอย่างถูกต้อง โดยตรวจสอบได้จากเว็บของ อย. เพียงกรอกเลขที่จดแจ้งของครีม
  4. ควรเลือกครีมที่มีส่วนผสมสารสกัดจากธรรมชาติ ครีมหน้าขาวที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดนั้น มักมีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวอย่าง สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน หรือ ปรอท
  5. การทดสอบก่อนใช้ ไม่ว่าจะเป็นครีมหน้าขาวหรือครีมชนิดใดก็ตาม ถึงแม้จะมี อย. อย่างถูกต้อง ก็อาจจะไม่ได้เหมาะกับสภาพผิวของเราเสมอไป ดังนั้นก่อนที่จะนำมาใช้กับผิวหน้า ควรทำการทดสอบให้แน่ใจก่อนว่าเราจะไม่เกิดอาการแพ้ขึ้น ด้วยวิธีการทดสอบอย่างง่าย โดยทาผลิตภัณฑ์ลงบนบริเวณท้องแขน ประมาณ 24-48 ชั่วโมง หากพบว่าไม่เกิดอาการแพ้ใด ๆ ก็สามารถนำครีมมาใช้กับผิวหน้าได้ หรือถ้าพบอาการผิดปกติ เช่น คัน แสบร้อน ไหม้ ลอก ควรหยุดใช้ทันทีและควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการ
  6. เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ครีมหน้าขาวมีหลายสูตรให้เลือกใช้ ดังนั้นการที่ทราบว่าสภาพผิวของเรานั้น เหมาะกับครีมแบบใด ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ครีมทาผิวขาว

 

ก่อนเลือกซื้อครีมหน้าขาว ควรดูส่วนผสมที่เราสามารถใช้ได้ปลอดภัย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  • ประเภทที่ 1 สารกระตุ้นการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ใบหน้าขาวกระจ่างขึ้น ครีมหน้าขาวที่มีผสมของ AHAs หรือกรดผลไม้  BHAs หรือ กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) Tretinoin หรือ กรดวิตามินเอ
  • ประเภทที่ 2 สารยับยั้งการทำงานของเม็ดสีเมลานิน โดยจะปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต เช่น กรดโคจิก อาร์บูติน สารสกัดจากชาเขียว – มัลเบอร์รี่วิตามินซีและอนุพันธุ์ของวิตามิน
  • ประเภทที่ 3 สารที่ช่วยปกปิดความหมองคล้ำได้ชั่วคราว ไม่ได้ทำให้หน้าขาว เช่น ไททาเนียมไดออกไซด์ซิงค์ ออกไซด์ แป้ง คาโอลิน และบิสมัทซับไนเตรท

 

เช็คว่าสภาพผิวหน้าของเรานั้นว่าเป็นประเภทใด

โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ด้วยกัน

  • ผิวธรรมดา (Normal skin) จะมีลักษณะผิวเรียบเนียน รูขุมขนเล็ก ยืดหยุ่น ไม่ค่อยมีปัญหาผิวแห้งขาดน้ำหรือผิวมัน
  • ผิวแห้ง (Dry skin) จะมีลักษณะผิวละเอียด รูขุมขนเล็กขาดความชุ่มชื้น มีความชุ่มชื้นในผิวมีน้อยกว่า 10%  เนื่องจากต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันออกมาน้อยมาก มักพบปัญหาของการเกิดริ้วรอย
  • ผิวมัน (Oily skin) เป็นลักษณะผิวที่หยาบ รูขุมขนกว้าง เนื่องจากต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันหรือที่เรียกว่า ซีบัม ออกมามากเกินความจำเป็น มักจะพบปัญหาว่าเกิดสิวได้มากกว่าผิวประเภทอื่น
  • ผิวผสม (Combination skin) จะมีลักษณะผิวทั้งแห้งและมัน ผิวมันบริเวณช่วง T-Zone และผิวแห้งบริเวณช่วง U-Zone
  • ผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin) จะมีลักษณะผิวที่บอบบาง เป็นขุย รอยแดง อักเสบและระคายเคืองได้ง่าย ผิวประเภทนี้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

 

วิธีการดูแลผิวขาวแบบธรรมชาติด้วยตัวเอง

  • การพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง  ในระหว่างที่นอนหลับร่างกายจะทำการซ่อมแซมระบบภายในต่าง ๆ และเซลล์ผิวที่สึกหรอ เมื่อเราตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดใสและมีสุขภาพผิวที่เปล่งปลั่ง ซึ่งถ้าหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดผลเสียต่าง ๆ เช่น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อโทรม และผิวมีสุขภาพไม่ดี

นอนหลับพักผ่อน

  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที การออกกำลังกายจะช่วยให้มีสุขภาพผิวที่ดีขึ้น เนื่องจากระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น ช่วยขับเหงื่อทำให้รูขุมขนสะอาดและกำจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกมา
  • การทำจิตใจให้แจ่มใส จะช่วยลดความเครียดและยังช่วยชะลอความแก่
  • การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยเฉลี่ยวันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายขจัดของเสียออกมา ทำให้ผิวมีสุขภาพดี เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น และดูไม่เหี่ยวย่น
  • การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารที่มีคอลลาเจน วิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ และการรับประทานผักผลไม้สดเป็นประจำ เช่น มะนาว ส้ม มะละกอ มะเขือเทศฝรั่ง ฟักทอง และแตงโม เป็นต้น ซึ่งอาหารต่าง ๆ เหล่านี้ มีประโยชน์ต่อผิวและช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น
  • ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เพราะจะทำให้ผิวหมองคล้ำ เหี่ยวย่น และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย
  • การบำรุงผิว ควรบำรุงในช่วงที่ผิวหมาด ๆ เพราะทำให้ครีมบำรุงซึมเข้าผิวได้ดีขึ้น จึงควรเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งวิตามินบี 3 วิตามินอี หรือ มอยเจอร์ไรเซอร์ ซึ่งจะช่วยปรับผิวให้ขาวและกระจ่างใส ปกป้องผิวจากมลภาวะ เพิ่มความชุ่มชื้น และต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • การทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ก่อนออกจากบ้านควรทาครีมกันแดดทิ้งไว้ 15-30 นาที ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF ที่เหมาะสมกับการใช้งานด้วย
  • การขัดหรือพอกผิว ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยขจัดคราบไคล และทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ โดยการใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายที่บ้าน เช่น มะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต น้ำนม หรือกากกาแฟ ขณะขัดผิวไม่ควรออกแรงมากนัก เพราะจะทำให้ผิวของเราอักเสบและเกิดรอยแดงได้
  • ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือไปในที่มีแสงแดดแรง ๆ โดยการใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดปกปิดผิวที่สามารถสัมผัสกับแสงแดดได้โดยตรง และควรพกอุปกรณ์ที่ใช้ในระหว่างออกที่โล่งแจ้ง เช่น หมวก ร่ม