เป็นสิวเสี้ยนจะรักษาและป้องกันอย่างไร

สิวเสี้ยนปัญหาผิวหน้าที่หลาย ๆ คนมองข้าม สิวเสี้ยนนั้นจะมีขนาดเล็กมากจนสังเกตเห็นได้ยาก แต่เมื่อสังเกตเห็นแล้ว ก็จะรู้สึกกังวลใจ และคันไม้คันมืออยากกำจัดมันให้ไปจากผิวหน้าของเรา การมีสิวเสี้ยนนั้นนอกจากจะทำให้รู้สึกรำคาญแล้ว ยังทำให้การทาครีมบำรุงผิวนั้นซึมซาบได้ไม่ดีเท่าเดิมอีกด้วย สำหรับใครที่มองหาวิธีกำจัดสิวเสี้ยน บทความนี้ของเราจะช่วยไขข้อข้องใจ และตอบคำถามที่หลาย ๆ คนอยากรู้เกี่ยวกับสิวเสี้ยนได้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะรักษาสิวเสี้ยนเราต้องรู้ต้นเหตุและที่มา ของการเกิดสิวเสี้ยนเสียก่อน คร่าว ๆ ก็คือ สิวเสี้ยน (Trichostasis Spinulosa) นั้นเกิดจากความผิดปกติของรูขุมขน ที่เกิดการอุดตันจนกลายเป็นสิวที่มีลักษณะคล้ายเสี้ยนหนาม เป็นขนอ่อนที่รวมกับไขมันหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ส่วนมากนั้นจะเกิดที่จมูก และบริเวณหน้าแก้ม อาจะพบได้ที่อื่นเช่น หน้าอก หลัง หนังศีรษะ ส่วนมากจะพบได้ในวัยหนุ่มสาว สิวเสี้ยนในบทความนี้ คือสิวเสี้ยนที่ไม่มีอันตราย หรือที่หลายคนรู้เรียกว่า ขนอุดตัน เหล่านี้ไม่มีความสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ นอกจากเป็นปัญหาในด้านความสวยงามเท่านั้น

สาเหตุของการเกิดสิวเสี้ยน

สิวเสี้ยนนั้นเกิดจากความผิดปกติของรูขุมขน ที่มีขนอ่อนเกิดขึ้นมากผิดปกติ และไม่สามารถหลุดออกจากผิวหนังได้จึงรวมตัวกับไขมันหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เกิดเป็นสิวอุดตันที่มีลักษณะคล้ายสิวหัวดำ ซึ่งส่วนมากสิวเสี้ยนนั้นมักจะไม่อักเสบแต่ก็มีบางกรณีที่เกิดการอักเสบขึ้นมาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ โดยสาเหตุของการเกิดสิวเสี้ยนมีดังนี้

  • มีปริมาณฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป ส่งผลให้ผิวหนังมีน้ำมันมากขึ้น เพิ่มโอกาสการอุดตัน
  • มีกรดไขมันไลโนเลอิก ที่อยู่ในผิวหนังชั้นนอกลดลง ทำให้เกราะป้องกันผิวลดลงไป
  • การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาดจนเกิดการอุดตันตามมาในภายหลัง
  • การถูขัดหน้าแรง ๆ ซึ่งเป็นการทำร้ายผิว

จะรักษาสิวเสี้ยนอย่างไร

กรดวิตามินเอหรือกรดเรติโนอิก (retinoic acid)

ในกรดวิตามินเอนั้นจะมีคุณสมบัติในการละลายการอุดตันบริเวณต่อมไขมัน ลดการเกาะตัวของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว จึงทำให้สิวเสี้ยนหลุดออกได้ง่าย แต่มีข้อควรระวังเล็กน้อยตรงที่ เมื่อใช้ยาประเภทนี้จะส่งผลให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการโดนแดด และทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องเจอแดด อาจจะรู้สึกระคายเคืองเช่น แห้ง แสบ หน้าลอก หรือหน้าแดงได้ ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้เช่น เรตินเอ และดิฟเฟอริน เป็นต้น

ยาทากลุ่มเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์(benzoyl peroxide)

ยาประเภทนี้มีวิธีใช้คือ ทาทั่วใบหน้าและทิ้งไว้สักพักก่อนล้างออก ประมาณวันละ 1-2 ครั้ง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ฤทธิ์ของยาจะช่วยลดปริมาณไขมัน ช่วยละลายสิวอุดตันบริเวณรูขุมขน ควรเริ่มใช้จากปริมาณที่มีเปอร์เซ็นต์ความมเข้มข้นน้อย ๆ ก่อน ข้อควรระวังคือ หน้าอาจแห้งและลอกเป็นขลุยได้ ควรทำตามคำแนะนำในเอกสารกำกับยาอย่างเคร่งครัด ตัวอย่างของยากลุ่มนี้คือ เบนแซค เอซี 5% และ เอนโซซิดมีทั้งแบบ 2.5% ,5% และ 10% เป็นต้น

การรักษาด้วยวิธีเลเซอร์

เลเซอร์นั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการรักษาสิวเสี้ยนได้ โดยเลเซอร์ที่นิยมใช้รักษาสิวเสี้ยนนั้นคือ Laser IPL / Non-Q-Switch Ruby Laser ที่ให้ผลลัพธ์ในการกำจัดสิวเสี้ยนได้เกือบหมด เพราะจะสามารถกำจัดได้ตั้งแต่เส้นขนไปจนถึงรากเล็ก ๆ ลดการเกิดการอุดตัน เพียงแต่วิธีการรักษาด้วยเลเซอร์นั้นไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ซึ่งทำให้อาจจะกลับมามีสิวเสี้ยนได้อีกครั้งเป็นสิวเสี้ยนจะรักษาและป้องกันอย่างไร 1

การกดออก

การกดสิวเสี้ยนออกนั้นก็ให้ผลในการกำจัดสิวเสี้ยนเช่นเดียวกัน เพียงแต่ต้องมีความสะอาดมาก ๆ เพื่อป้องกันการอักเสบ ติดเชื้อ โดยวิธีการกดสิวเสี้ยนให้ได้ผลดีนั้น คือให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น ประคบตรงบริเวณที่จะกดสิวเสี้ยนทิ้งไว้สัก 10 นาที จากนั้นใช้ไม้กดสิวด้านที่เป็นห่วงกลม ๆ ค่อย ๆ กดออกตามแนวรูขุมขน ไม่กดย้อน สิวเสี้ยนจะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย

การสครับหรือลอกสิวเสี้ยนบนผิวหน้า

การสครับผิวหน้านั้นสามารถช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้ส่วนหนึ่ง โดยปัจจุบันสครับนั้นมีให้เลือกมากมายหลายแบบ ทั้งจากวิธีธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์สครับผิวหน้ายี่ห้อต่าง ๆ ซึ่งเราจะแนะนำทั้งสองแบบให้ได้ตัดสินใจกัน

  • วิธีลอกสิวเสี้ยนแบบธรรมชาติ

วิธีที่ 1 ไข่ขาว ใช้ไข่ขาวมาทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนำทิชชูมาวางทับลงไป ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 15-20 นาทีแล้วลอกออก จากนั้นล้างหน้าทำความสะอาดปกติ

วิธีที่ 2 เจลาตินนมสด นำนมสดไปอุ่น จากนั้นนำนมอุ่น 2 ช้อนโต๊ะไปผสมกับผงเจลาติน 1 ช้อนโต๊ะ แล้วทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า รอจนเจลาตินแห้งแล้วล้างออก

วิธีที่ 3 น้ำตาลน้ำผึ้ง ผสมน้ำตาลและน้ำผึ้งให้เข้ากัน แล้วน้ำมาขัดเบา ๆ บนผิวหน้าทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นล้างออก โดยน้ำตาลนั้นสามารถช่วยกำจัดสิวเสี้ยนได้เป็นอย่างดีเป็นสิวเสี้ยนจะรักษาและป้องกันอย่างไร 2

  • วิธีลอกสิวเสี้ยนโดยผลิตภัณฑ์

วิธีที่ 1 ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยน สามารถใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนยี่ห้อทั่วไปที่วางขายตามท้องตลาด มาแปะที่ใบหน้าตามระยะเวลาที่ระบุข้างผลิตภัณฑ์ แล้วลอกออก

วิธีที่ 2 ใช้ผลิตภัณฑ์ลอกสิวเสี้ยนชนิดที่เป็นของเหลว เช่น โคลนลอกสิวเสี้ยนยี่ห้อต่าง ๆ มาทาที่บริเวณใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นล้างออก

วิธีป้องกันสิวเสี้ยน

การป้องกันสิวเสี้ยนนั้นมีพื้นฐานคือการลดการอุดตัน ดังนี้เราจึงขอแนะนำวิธีต่าง ๆ ที่จะช่วยลดการอุดตันบนใบหน้าเป็นหลัก

จริง ๆ แล้วสิวเสี้ยนนั้นเป็นสิวชนิดเดียวที่กำจัดออกง่ายที่สุด วิธีป้องกันจึงมีไม่มาก โดยสามารถใช้วิธีเหล่านี้ในการลดการเกิดสิวเสี้ยนได้ ดังต่อไปนี้

  1. ล้างหน้าให้สะอาด ควรล้างหน้าวันละ 1-2 ครั้งเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ให้หมดไป
  2. ใช้ผลิตภัณฑ์ละลายสิวเสี้ยนก่อนการล้างหน้า ทั้งเช้าและเย็น ในช่วงที่รู้สึกว่ามีสิวเสี้ยนเยอะ
  3. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการอุดตัน (non-comedogenic) เช่น ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของ น้ำมัน น้ำหอม
  4. มาร์กหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและสิ่งอุดตันตามรูขุมขน โดยอาจจใช้วิธีลอกหน้าหรือขัดหน้าก็ได้เป็นสิวเสี้ยนจะรักษาและป้องกันอย่างไร 3
  5. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเพื่อหลีกเลี่ยนสภาวะผิวขาดน้ำ
  6. ไม่ควรโดนแสงแดดโดยตรง ควรใช้ครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องออกแดด
  7. ไม่ควรแต่งหน้าหนาจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการใช้พัฟฟองน้ำ เพราะพัฟนั้นจะกดตัวแป้งให้แนบสนิทกับรูขุมขนจนเกินไป รวมถึงการแต่งหน้าหนา ๆ นั้นจะทำให้มีโอกาสที่จะทำให้ล้างเครื่องสำอางได้ไม่หมดจด
  8. ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้มีปริมาณน้ำในร่างกายเพียงพอต่อการสร้างความชุ่มชื้นให้ผิว

 

การที่จะใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดสิวเสี้ยน เช่น แผ่นลอกสิวเสี้ยน โคลนดูดสิวเสี้ยน หรือวิธีธรรมชาติอย่างไข่ขาวก็ตาม ทุกวิธีนั้นส่งผลให้ผิวหน้าระคายเคืองทั้งสิ้น เพราะวิธีการพวกนี้จะดึงผิวหน้าเราทั้งใบหน้าอย่างแรง จึงมีโอกาสทำให้ผิวหน้าอ่อนแอลงได้ หลังจากที่กำจัดสิวเสี้ยนแล้ว จึงควรที่จะประคบใบหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน และทาครีมบำรุงประเภทที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ใบหน้าได้ดี และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรใช้ครีมบำรุงประเภทที่ไม่มีน้ำมันหรือ oil free เพื่อลดการอุดตันของผิวที่อาจก่อให้เกิดสิวในภายหลังได้

วิธีรักษาและกำจัดสิวเสี้ยนนั้นมีให้เลือกมากมายหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคุณผู้อ่านทุกคนว่า แต่ละคนนั้นมีความสะดวกแบบไหนมากกว่ากัน ทั้งนี้การกำจัดสิวเสี้ยนนั้นไม่ควรทำบ่อยเกินไป เพราะว่าจะทำให้ใบหน้าเสียความชุ่มชื้นและขาดสมดุล ส่งผลให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ง่ายกว่าเดิม