เป็นสิวอุดตันจะการดูแลรักษาและป้องกันอย่างไร?

เพราะอะไรเราจึงเป็นสิว

ผิวหนังของคนเรานั้นจะมีความชุ่มชื้น เนื่องจากปกติต่อมใต้ผิวหนังของเรานั้นจะผลิตของเหลวที่ชื่อว่า “ซีบัม” ขึ้นมา ซึ่งจะมีลักษณะเป็นของเหลว ที่มีส่วนประกอบน้ำมันและขี้ผึ้งปนกัน ส่งผ่านท่อเล็ก ๆ มาหล่อเลี้ยงผิว เมื่อท่อเล็ก ๆ เหล่านี้อุดตันจากซีบัมที่รวมกับผนังท่อเป็นก้อน จนขึ้นมาบนผิวจะเกิดเป็นตุ่มเล็ก ๆ หรือสิวหัวขาว แต่ถ้าก้อนที่ว่าไปผสมกับเม็ดสีในผิวก็จะกลายเป็นสิวหัวดำ และหากมีเชื้อโรคอยู่บริเวณรอบ ๆ ตุ่มนั้น จะทำให้เกิดการอักเสบและกลายเป็นรอยแดงหรือทำให้เกิดหนองได้ ส่วนมากวัยรุ่นนั้นจะมีสิวมากกว่าวัยอื่น ๆ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมากกว่า ต่อมไขมันนั้นจึงทำงานหนักขึ้น ผลิตไขมันมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสอุดตันไปด้วย

สิวซีสต์

สิวอุดตันแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด

สิวอุดตันหัวเปิด
สิวอุดตันชนิดนี้มักมีหัวสีดำ จึงมักจะถูกเรียกว่าสิวหัวดำ สิวชนิดนี้สามารถบีบหรือกดได้ แต่ต้องทำโดยวิธีที่ถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้นอาจเกิดการอักเสบตามมา ลักษณะสิวเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.1-3 มิลลิเมตร

สิวอุดตันหัวปิด
สิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นสิวหัวสีขาว ไม่มีหัวให้บีบหรือกด เพราะยิ่งกดยิ่งเป็นการดันไขมันให้กลับลงไปใต้ผิว ลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ 0.1-3 มิลลิเมตร และมีสีเดียวกับสีผิวปกติ มักจะสังเกตยากสิวชนิดนี้เกิดจากการที่หัวสิวอุดตันท่อปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน และสิวอุดตันส่วนใหญ่ประมาณ 75% จะกลายเป็นสิวอักเสบ

สิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
สิวชนิดนี้เกิดจากธรรมชาติของร่างกายที่ฮอร์โมนแอนโดรเจนที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงวัยรุ่น ซึ่งต่อมไขมันจะสร้างไขมันเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดสิวเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว สารแอนโดรเจนยังมีการกระตุ้นการสร้างขี้ไคลของรูขุมขนอีกด้วย ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดสิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ที่อาจจะหายไปได้เองหรือพัฒนาไปเป็นสิวชนิดอื่น ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย เช่นหากมีแบคทีเรียอยู่บริเวณรอบ ๆ สิวก็จะทำให้เกิดสิวอักเสบตามมา

เป็นสิวอุดตันจะการดูแลรักษาและป้องกันอย่างไร? 1

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน

  • เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งสาเหตุนี้อาจไม่สามารถป้องกันได้แต่รักษาได้
  • เกิดจากการแพ้อาหาร ซึ่งหลังแพ้สักพักก็จะมีสิวขึ้นทันที
  • เกิดจากสภาพอากาศ เช่น อาจมีสิวอุดตันเนื่องจากโดนแดดเป็นเวลานาน หรือเจอฝุ่น มลภาวะต่าง ๆ ไปจนโดนฝนที่มีแบคทีเรีย
  • เกิดจากความเครียด เมื่อมีความเครียดก็จะทำให้ภูมิต้านทานโรคของร่างกายลดต่ำ เป็นสาเหตุให้เชื้อโรคเติบโตได้ง่าย
  • เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นแป้งบางยี่ห้อ สารเคมีบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดสิว สบู่หรือโฟมล้างหน้าบางตัว ไปจนถึงครีมบำรุงต่าง ๆ
  • เกิดจากระดับฮอร์โมน เช่น ช่วงก่อนมีประจำเดือน ช่วงอย่างเข้าวัยรุ่น เพราะระดับฮอร์โมนเพศที่มากขึ้นจะทำให้ไขมันถูกหลั่งออกมาพร้อมเชื้อโรคต่าง ๆ ตลอดเวลา ซึ่งบางครั้งผลิตออกมามาก ๆ แล้วผิวเราขับออกไม่ทันก็จะเกิดการอุดตันขึ้นมานั่นเอง

 

เชื้อที่ทำให้เกิดสิว

เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการอุดตันนั้นชื่อว่า Propionibacterium Acnes (P.acnes) มีหน้าที่ผลิตกรดโพรพิโอนิกขึ้นมา และสามารถหลั่งเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสและเอนไซม์โปรติเอสทำให้ผิวเกิดอาการอักเสบ บวมแดง และเป็นหนองได้ หรือที่เรียกว่าสิวอักเสบนั่นเอง นอกจากนั้น ยังผลิตเอนไซม์ไลเปสเพื่อย่อยสลายไตรกลีเซอไรด์ในไขมัน ที่มาจากต่อมไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ ช่วยให้พวกมันเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น

 

วิธีการป้องกันสิวอุดตัน

  1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับสภาพผิว หากมีผิวมันก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันการเกิดสิวอุดตัน ไม่ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมและสารทำความสะอาด
  2. สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรใช้ครีมแก้แพ้หรือสบู่ล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่ายที่มีความอ่อนโยนต่อสภาพผิว
  3. หากเป็นคนที่หน้ามันมาก ควรใช้โลชั่นเช็ดหน้า และในผู้หญิงอาจรับประทานยาในกลุ่มเรตินอยด์ หรือยาคุมกำเนิดในกลุ่ม Dian-35 เพื่อลดความมันของใบหน้า ป้องกันปัญหาสิวอุดตัน
  4. เลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เพื่อลดความมันของเนื้อครีมกันแดด
  5. ใช้ครีมบำรุงที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และไม่มีฮอร์โมนผสมรวมอยู่ด้วย
  6. หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของมัน ของทอด อาหารรสจัด ขนมหวาน หรือผลไม้บางประเภทอย่างเช่นทุเรียน
  7. ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
  8. พยายามอย่าเครียดเพราะเมื่อเครียดร่างกายจะมีภูมิคุ้มกัน
  9. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  10. ไม่แคะ แกะ เกา หรือบีบสิวเอง เพราะอาจเกิดการอักเสบได้

 

การใช้ยารักษาสิวอุดตัน

ยารักษาสิวอุดตันนั้นส่วนมากเป็นครีมที่ใช้ละลายหัวสิว และป้องกันการเกิดสิว ที่ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ดีที่สุด

ยาลดการเกิดสิวอุดตัน Benzoyl peroxide
ส่วนมากจะรู้จักกันในชื่อเบนแซค เอซี ที่มีฤทธิ์ช่วยกำจัดหัวสิว และฆ่าเชื้อที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอุดตัน หรือเชื้อ P.acne นอกจากช่วยลดสิวอุดตันแล้วยาชนิดนี้ยังช่วยเรื่อง สิวผด สิวอักเสบ อีกด้วย โดยส่วนมากนั้นนิยมใช้ที่ความเข้มข้น 2.5% ที่เป็นระดับความเข้มข้นต่ำสุด เพราะทำให้เกิดอาการแพ้น้อยมาก
วิธีใช้ : ทายาก่อนล้างหน้าในตอนเช้าและเย็น ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ระหว่างทาอาจมีอาการคันยิบเล็กน้อย จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด ใช้เป็นประจำประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะช่วยลดปริมาณสิวอุดตันลงได้

ยาช่วยละลายสิวอุดตัน Retinoic Acid
ยาชนิดนี้มีลักษณะเป็นเนื้อครีม ออกฤทธิ์เป็นกรด ช่วยละลายสิวอุดตันได้ดี ซึ่งยี่ห้อที่ดีนั้นจะมีเตรทติโนอิน (Tretinoin) ผสมด้วย ซึ่งเจ้าตัวนี้จะมีหน้าที่ช่วยปรับการทำงานของรูขุมขน ลดการทำงานของต่อมไขมัน หลังจากเมื่อตัวยาหลักละลายหัวสิวเรียบร้อยแล้ว
วิธีใช้ : ใช้ทาก่อนเข้านอนหลังจากทำความสะอาดหน้าแล้ว หากรู้สึกผิดปกติให้มาทิ้งไว้เพียง 15–20 นาที แล้วล้างออก แต่หากไม่ระคายเคยใด ๆ ก็สามารถทาข้ามคืนโดยไม่ต้องล้างออกได้

 

สิวแบบไหนควรใช้ยาอะไร?

สิวอักเสบมีหนอง
เกิดจากสิวที่มีการอุดตันมาก ๆ จนติดเชื้อ การรักษาในระยะแรกนั้นคือการกินยาฆ่าเชื้อประมาณ 7-10 วัน ร่วมกับการทายาฆ่าเชื่อ และไม่ควรใช้นิ้วกดสิวโดยตรง ควรใช้เข็มที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วเจาะเพื่อเอาหนองออก แล้วใช้เบตาดีน เพื่อฆ่าเชื้อทำความสะอาดสิว หรือใช้แผ่นแปะสิวเพื่อดูดสิวแทนการบีบ วิธีนี้จะทำให้หนองยุบเร็ว และเหลือแผลเป็นไม่ลึก

สิวหัวขาว
เกิดจากการสะสมไขมันจนอุดตันแต่ยังไม่ติดเชื้อ ควรรีบรักษาก่อนจะกลายเป็นสิวอักเสบ โดยใช้ยากลุ่ม BHA เพื่อผลัดเซลล์ผิวช่วยลดไม่ให้เกิดการอุดตันเพิ่มขึ้นอีก หรืออาจใช้ยา เรติน เอ ทาก็ได้ เพียงแต่จะรู้สึกระคายเคืองกว่าหน่อย ที่สำคัญต้องทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เนื่องจากยามีผลให้ผิวบางลง จึงทำให้ผิวนั้นไวต่อแดดมากขึ้น

สำหรับคุณผู้หญิงในช่วงที่เป็นสิวควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า หรือแต่งได้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดสิวอุดตันน้อยที่สุด และควรรีบทำความสะอาดเครื่องสำอางเมื่อไม่จำเป็นต้องแต่งแล้ว อย่าปล่อยให้เครื่องสำอางอยู่บนหน้านาน เนื่องจากอาจทำให้เกิดการอักเสบตามมา

สิวหัวดำ
สิวชนิดนี้เกิดจากสิวหัวขาวที่ทำปฏิกิริยากับเม็ดสี การรักษานั้นคล้ายกับการรักษาสิวหัวขาว หากเป็นคนที่หน้ามันมาก ๆ ลองใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ลดความมันแต่ไม่ทำให้ผิวแห้ง เพราะบางทีการที่เราผิวมันมาก ๆ นั้นมาจากการที่ผิวแห้งขาดน้ำต่อมใต้ผิวหนังจึงสร้างน้ำมันขึ้นมาให้ความชุ่มชื้นเพื่อทดแทนนั่นเอง และไม่ควรล้างหน้าเกินวันละ 2 ครั้ง

กรณีที่มีสิวมาก ๆ อาจใช้ยาไอโซเตรติโนอิน (Isotretinoin) เพื่อลดการทำงานของต่อมไขมันร่วมด้วย ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์เท่านั้น