เรามีวิธีรักษาสิวหัวหนองมาบอกกัน

เมื่อเวลาที่เป็นสิวหลายๆ คน คงเกิดความไม่สบายใจ และอยากจะทราบสาเหตุทำไมถึงเป็นสิว สิวแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักสิวหัวหนอง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาการอักเสบชนิดหนึ่งของสิว ที่สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย หรือ เพศหญิง โดยในจุดที่เกิดสิวหัวหนองส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่บริเวณ ใบหน้า เพื่อให้ทุกท่านเกิดความเข้าใจได้ง่าย จึงขอเรียงลำดับเนื้อหาเกี่ยวกับสิวหัวหนองไว้ดังนี้

สิวหัวหนอง

สาเหตุการเกิดสิวหัวหนอง

หากกล่าวถึงสิวแต่ละชนิด จะมีการแบ่งกลุ่มชนิดของสิวไว้หลายชนิดมากมายแตกต่างกันไป ซึ่งทั่วไปมักคุ้นหูคุ้นชื่ออยู่บ้าง เช่น สิวหัวช้าง สิวผด สิวเสี้ยน เป็นต้น แต่กลุ่มสิวที่กวนใจเป็นพิเศษเรามักยกรางวัลชนะเลิศให้กับ กลุ่มสิวอักเสบ หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มที่จะกล่าวถึงในบทความนี้คือ สิวหัวหนอง เพราะสิวชนิดนี้มีลักษณะเป็นตุ่มสีขาวขุ่นมองเห็นได้ง่าย แถมปกปิดได้ยาก มีเพียงทางเดียวที่จะแก้ปัญหาคือรักษาให้หายและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องอย่างถูกวิธี ทุกท่านจึงจำเป็นต้องรู้ถึงสาเหตุการเกิดสิวหัวหนอง โดยมีสาเหตุหลัก ๆ 4 ประการดังนี้

1. เกิดจากไขมันอุดตัน
ไขมันบริเวณผิวหนังในร่างกายมีมากเกินไป รูขุมขนภายในผิวหนังจึงกว้างขึ้น เป็นผลให้เกิดพื้นที่ว่างพอให้สิ่งสกปรกเข้ามาอาศัยอยู่ได้ จึงเกิดความไม่สะอาดบริเวณผิวหนัง ผ่านไปสักพักจึงเกิดการอักเสบของรูขุมขน ซึ่งเป็นที่มาของการเกิดสิวหัวหนองนั่นเอง

2. ทำความสะอาดเครื่องสำอางได้ไม่ดีพอ
ในปัจจุบันการใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิว เป็นเรื่องปกติไม่ว่าเพศชายหรือหญิง ล้วนต้องดูแลรักษารูปร่าง หน้าตา ภาพลักษณ์ ของตัวเองทั้งสิ้น โดยการทำความสะอาดเครื่องสำอางหากทิ้งคราบเอาไว้ หรือ ทำความสะอาดไม่หมด จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งสกปรกของร่างกายแทน เป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวหัวหนองขึ้นมา

3. ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
อีกสิ่งหนึ่งที่ยากต่อการควบคุม คือ ระดับฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่ออารมณ์ แล้วยังส่งผลไปถึงสภาวะในร่างกายอีกด้วย ฮอร์โมนสำคัญที่ทำให้เกิดสิว คือ ฮอร์โมนเทสโทสเธอโรน (Testosterone) โดยฮอร์โมนตัวนี้มีหน้าที่ควบคุมการสร้างไขมันในร่างกาย ยิ่งฮอร์โมนสูงขึ้น การสร้างไขมันจึงมากขึ้น ฮอร์โมนจะสร้างมาก ๆ ในช่วงอายุ 11 – 14 ปี ดังนั้นจึงมักพบสิวมากในวัยนี้และเกิดสิวขึ้นอยู่นานหลายปี อย่างไรก็ตามหากเป็นสิวที่เกิดจากฮอร์โมน จะทำให้เกิดสิวนานระยะหนึ่งและใช้เวลารักษานาน จนกว่าระดับฮอร์โมนจะคงที่

4. การรักษาสิวผิดพลาดหรือรักษาสิวผิดวิธี
ใน 3 สาเหตุแรก เกิดจากภาวะภายนอกและภายในของร่างกาย แต่ในสาเหตุสุดท้ายที่ยกมานี้ เกิดจากวิธีคิดและการจัดการกับสิวของตัวบุคคลเองที่ทำให้เกิดการอักเสบของสิวขึ้น เกิดการบวมแดง จนลุกลามไปสู่การเกิดสิวหัวหนองได้ในที่สุด

วิธีรักษาสิวหัวหนอง

วิธีรักษาสิวหัวหนอง

จากสาเหตุการเกิดสิวหัวหนองหลัก ๆ ทั้ง 4 ข้อนี้ สาเหตุที่ 4 นั้นมีความสำคัญอย่างมากที่ต้องดูแลรักษาปัญหาสิวหัวหนองอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสิวอื่น ๆ ลุกลามตามมา ทั้งนี้วิธีการรักษาสิวหัวหนองแต่ละวิธี ย่อมขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลด้วย และในวิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งรูปแบบการรักษาสิวหัวหนองอย่างถูกวิธีมี 5 แบบ ซึ่งเราสามารถใช้ทั้ง 5 แบบนี้ด้วยกันได้ตามความเหมาะสม

1. ใช้สมุนไพรพอกตรงจุดที่เกิดสิวหัวหนอง
เป็นเรื่องที่โชคดีมากที่ประเทศไทยมีสมุนไพรมากมายหลายชนิด ที่เป็นแหล่งยารักษาชั้นดีและหาได้ง่าย เช่น ผงทานาคา ผงขมิ้น หรือสมุนไพรสำหรับพอกหน้ารักษาสิวตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งสมุนไพรจำพวกนี้จะเป็นตัวดูดสิ่งสกปรกของใบหน้าออก และการพอกเป็นการป้องกันไม่ให้ผิวโดนฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกเพิ่มขึ้นอีกด้วย ทำให้การอักเสบของสิวหัวหนองยุบลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิธีนี้ถือเป็นวิธีทางธรรมชาติและดีต่อผิวหน้าอีกด้วย

2. ใช้แผ่นดูดสิวที่ช่วยดูดซับสิวหัวหนอง
แผ่นดูดสิวแผ่นเล็ก ๆ มักมีส่วนผสมของ ไฮโดรคอลลอยด์(Hydrocolloid) ผลิตภัณฑ์จะมีลักษณะเป็นแผ่นกลมขนาดเพียงพอต่อจุดต่าง ๆ ที่เกิดสิวขึ้น ซึ่งสารตัวนี้จะเข้าไปดูดซับของเหลวจากสิวได้เป็นอย่างดี สามารแปะแผ่นดูดสิวทิ้งไว้ข้ามคืนได้ สิวหัวหนองจะถูกดูดจนยุบ และเมื่อสิวหัวหนองยุบแล้ว หากแปะทับไว้จะสามารถป้องกันรูขุมขนที่ยังปิดไม่สนิทไม่ให้เกิดสิ่งสกปรกเข้าไปได้อีก วิธีนี้จึงเป็นได้ทั้งการรักษาและป้องกันสิวไปในตัวอีกด้วย

3. ใช้ครีมหรือเจลผลัดเซลล์ผิว
ครีมหรือเจลผลัดเซลล์ผิวมักมีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ซึ่งทางการแพทย์เป็นยาลอกผิวหนัง มีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังหลุดลอกออก ใช้รักษาปัญหาผิวหนังต่าง ๆ ซึ่งไม่เหมาะกับผู้มีประวัติแพ้ยาชนิดนี้ หากตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ห้ามใช้กับเด็กมีไข้สูง เป็นหวัด หรืออีสุกอีใส และห้ามสูบบุหรี่ในช่วงที่ใช้ตัวยาชนิดนี้อีกด้วย ความเข้มข้นควรอยู่ระหว่าง 0.5 –  2 เปอร์เซ็นต์ ทาบริเวณที่เกิดสิวหัวหนองเป็นประจำวันละ 3 ครั้ง การใช้วิธีนี้สิวจะถูกลอกออกไปพร้อมผิวที่ตายแล้วด้วย ช่วยลดความมันของผิว รูขุมขนกระชับขึ้น และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องแผลเป็นจากสิวจะจางลงไปเองอีกด้วย

4. กดสิวหัวหนองอย่างถูกวิธี
การกดสิวหากกดผิดวิธีจะทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้นได้ แต่การกดสิวถือเป็น 1 ในวิธีที่ดี ถ้ารู้วิธีกดอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดสิวที่บนใบหน้าหรือตามร่างกายนานเกินไปไม่ยอมยุบสักที วิธีที่ถูกต้องควรใช้อุปกรณ์แท่งกดสิวที่มีอีกด้านเป็นเข็มสะกิดหัวสิว ก่อนใช้ควรทำความสะอาดฆ่าเชื้อให้เรียบร้อยจนมั่นใจได้ว่าสะอาดและแห้งดีแล้ว ขั้นแรกให้นำสำลีที่ชุบน้ำเกลือล้างแผล เช็ดลงบริเวณหัวสิวที่ต้องการกด ต่อมาใช้ปลายเข็มสะกิดอย่างเบามือลงบนหัวสิวให้เปิด แล้วจึงนำแท่งกดสิวกดลงตรงหัวสิวจนหนองไหลออกมาหมด (แนะนำให้ทำอย่างเบามือเพื่อไม่ให้แผลกว้างและช้ำเกินไป) เมื่อมั่นใจว่าหนองออกหมดแล้วให้เช็ดแผลให้สะอาด และพยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดสิ่งสกปรกบริเวณสิวที่กดให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดสิวอีกซ้ำสอง แต่หากใครไม่สะดวกกดสิวเอง สามารถไปพบแพทย์ผิวหนังตามคลินิกใกล้บ้านให้ทำการกดสิวให้ได้เช่นกัน

5. ปรับระดับฮอร์โมน
วิธีการรักษานี้จำเป็นต้องปรึกษากับแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านฮอร์โมนและผิวหนังโดยตรง เพื่อตรวจเช็คระดับฮอร์โมนว่าอยู่ในเกณฑ์ใด และให้แพทย์แนะนำการใช้ยา หรือการปรับระดับฮอร์โมนโดยการฉีดยาเข้าร่างกาย ซึ่งจะทำให้สิวหัวหนองที่มีสาเหตุมาจากฮอร์โมนนั้นยุบลง และหมดไปในที่สุด

 

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิวหัวหนอง

จากเนื้อหาที่ผ่านมาจะสรุปได้ว่าสิวหัวหนองนั้นเกิดได้จาก 3 สาเหตุหลัก คือ ความสะอาดของร่างกาย คราบสิ่งสกปรกจากภายนอก และระดับฮอร์โมนภายในร่างกาย จึงทำให้วิธีป้องกันหลัก ๆ มีทั้งสิ้น 3 ประการด้วยเช่นกัน ดังนี้

1. รักษาความสะอาดของผิวอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี
หากใครที่ชอบแต่งหน้าเป็นประจำ ควรใช้คลีนเซอร์สำหรับเช็ดเครื่องสำอางโดยเฉพาะทำความสะอาดคราบเครื่องสำอาง จากนั้นจึงล้างออกด้วยโฟมล้างหน้า ปิดท้ายด้วยการเช็ดด้วยโทนเนอร์ เพื่อตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งสกปรกหรือเครื่องสำอางตกค้างบนผิว แม้ในวันที่ไม่แต่งหน้าก็ไม่ควรมองข้าม เพราะไขมันบนใบหน้าและฝุ่นละอองก็ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน อย่างน้อยต้องล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าทุกวัน

2. เปลี่ยนครีมบำรุงผิวที่เหมาะกับตัวเอง
ครีมบำรุงผิวบางตัวอาจมีสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือบางคนก็มีผิวมันอยู่แล้ว เมื่อลงครีมทาหน้าบางยี่ห้อที่มีเนื้อครีมที่หนาเกินไปจึงอาจอุดตันรูขุมขนได้ ดังนั้นควรเปลี่ยนมาใช้เซรั่มเนื้อบางเบาหรือน้ำตบแทน

3. ปรับระดับฮอร์โมนให้คงที่
สิวหัวหนองที่เกิดจากฮอร์โมนก็ต้องรักษาด้วยการปรับระดับฮอร์โมนถึงจะตรงจุด ลองเข้าไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยแก้ไขในเรื่องนี้

 

ทั้งหมดนี้ คือการรักษาและป้องกันสิวหัวหนอง เมื่อมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้แล้วย่อมรับมือกับปัญหาสิวได้ไม่ยาก การดูแลร่างกายและภาพลักษณ์นั้นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรามีความมั่นใจ และดูดียิ่งขึ้น เมื่อเรามีความมั่นใจแล้ว ทุกอย่างย่อมดีขึ้นตามมา