เป็นสิวผดจะดูแลรักษาและป้องกันอย่างไร?

หน้าร้อนทีไรปัญหากวนใจอย่างสิวผดก็กลับมาทุกที หลายคนมีคำถามว่าสิวผดเกิดจากอะไร รักษายังไง และถ้าอยากป้องกันจะต้องทำอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้

เป็นสิวผดจะดูแลรักษาและป้องกันอย่างไร? 1

สิวผดนั้น คือผดผื่นคันที่ปรากฏขึ้นเป็นบริเวณกว้างบนใบหน้า เกิดจากความผิดปกติของต่อมเหงื่อภายใต้ผิวหนัง นอกจากจะพบได้ที่ใบหน้าแล้ว ยังสามารถพบที่อื่นอีก ในบริเวณจุดอับของร่างกาย เช่น ลำคอ หน้าอก รักแร้ ข้อพับ ขาหนีบ ลำคอ และในบทความนี้เราจะโฟกัสไปที่สิวผดบนใบหน้า ที่เป็นปัญหากวนใจสาว ๆ ในช่วงที่มีอากาศร้อน แม้จะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แต่ก็สามารถทำให้รำคาณใจ รู้สึกไม่สบายตัว และหมดความมั่นใจได้เหมือนกัน ประกอบกับประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี ปัญหาสิวผดจึงเป็น ๆ หาย ๆ ไม่ไปไหนจากหน้าเราสักที ดังนั้นคงจะดีกว่าหากเราสามารถรักษา และป้องกันการเกิดสิวผดได้ด้วยความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง

 

ประเภทของสิวผด

ปกติสิวผดที่หน้านั้น จะแบ่งเป็น 4 ชนิด ตามระดับของความรุนแรง และการอุดตัน โดยจะจำแนกดังนี้

  • มิลิอาเรีย คริสตัลลินา (Miliaria Crystallina)

สิวผดชนิดนี้มีความรุนแรงน้อยที่สุด ลักษณะเป็นตุ่มน้ำใส ๆ มักจะเกิดที่บริเวณชั้นบนสุดของผิวหนัง

  • มิลิอาเรีย รูบรา หรือ ผดแดง (Miliaria Rubra)

สิวผดชนิดที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาดเล็ก เกิดที่ชั้นผิวหนังที่ลึกลงไปกว่าสิวผดแบบแรก ผู้ที่เป็นสิวผดประเภทนี้มักจะมีอาการคันตามผิวหนังบริเวณที่มีปด

  • มิลิอาเรีย โพรฟันดา (Miliaria Profunda)

สิวผดประเภทนี้จะเกิดที่ชั้นหนังแท้ ลักษณะเป็นตุ่มแดงเช่นกันแต่จะมีระดับความคันมากกว่า และมีความเจ็บร่วมด้วย จุดสังเกตคือผดผื่นที่เกิดขึ้นจะคล้ายกับเวลาที่เราขนลุก มีสาเหตุมาจากเหงื่อที่อุดตันใต้ชั้นผิว

  • มิลิอาเรีย พัสตูโลซา (Miliaria Pustulosa)

หรืออีกชื่อคือ ผดหนอง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณที่เป็นสิวผด จนเกิดการอักเสบตามมา มีจุดสังเกตคือ จะมีหนองอยู่ภายในตุ่มผด

 

สาเหตุของสิวผดที่ใบหน้า

ปัจจุบันทางการแพทย์เราพบว่าเชื้อราหรือยีสต์ชนิดหนึ่ง ชื่อ P.ovale ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผดขึ้นมา และเมื่อรวมเข้ากับอากาศร้อยยิ่งทำให้เกิดผดได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ทำให้เกิดสิวผดดังนี้

  • รังสี UV

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวผด เนื่องจากสภาพของประเทศไทยที่ร้อนอบอ้าวเกือบตลอดปี เป็นแหล่งพลังงานชั้นดีของ ยีสต์ P.ovale

  • การเลือกลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิวก็สามารถทำให้เกิดสิวผดได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่นเป็นคนที่ผิวแห้งอยู่แล้ว และยังใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวแห้งยิงขึ้นไปอีก เช่น โฟมล้างหน้าลดความมัน ผิวก็จะยิ่งระคายเคืองและเกิดเป็นสิวผดขึ้นมา

  • แพ้สารเคมี

ในเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ย่อมมีบ้างที่ใช้สารเคมีที่เราแพ้ เช่นน้ำหอมในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ น้ำมันบางชนิด หรือสีสังเคราะห์บางประเภท

  • ปัจจัยด้านสุขภาพ

ปัจจัยภายในเองก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน อย่างการนอนไม่พอ ภาวะเครียด การเจ็บป่วย การดื่มน้ำไม่เพียงพอ เหล่านี้ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง ภูมิคุ้มกันต่ำ จึงทำให้เกิดสิวผดได้เช่นกัน

  • ฮอร์โมน

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั้นก็มีผลต่อการเกิดสิวผด เช่น ช่วงมีประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ หรือหลังคลอด รวมถึงการทานยาคุมที่มีผลช่วยปรับระดับฮอร์โมน

  • มลภาวะต่าง ๆ

สภาวะแวดล้อม ฝุ่น ควันรถ อากาศร้อน อากาศแห้ง

เป็นสิวผดจะดูแลรักษาและป้องกันอย่างไร? 2

 

สิวผดที่หน้าแบบใดควรไปพบแพทย์

  • รู้สึกคัน แสบ ร้อน
  • มีอาการระยะเวลาหลายวันแล้วยังไม่หาย
  • มีอาการบวมแดง
  • มีหนองไหลออกมาจากผด
  • มีต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ ลำคอ ขาหนีบ หรือตามจุดอับของร่างกาย
  • มีไข้สูง หนาวสั่น

 

จะรักษาสิวผดอย่างไร?

แพทย์หรือเภสัชจะจ่ายยาตามอาการความรุนแรงของสิวผด ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยจะยกตัวอย่างกลุ่มยาที่ใช้รักษาส่วนมาก อย่างไรก็ตามยาบางประเภทต้องใช้ตามดุลพินิจของแพทย์หรือเภสัชเท่านั้น

  • ครีมทาผิวคาลาไมน์ (Calamine Lotion)

ใช้ทาลดอาการคันบริเวณที่เป็นผด มีผลข้างเคียงที่อาจะเกิดขึ้นได้คือจะทำให้ผิวแห้ง สามารถใช้ครีมบำรุงที่มีความชุ่มชื้นทีหลังได้

  • แอนไฮดรัส ลาโนอิน (Anhydrous Lanolin)

สารที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ใช้ทาป้องกันการอุดตันของต่อมเหงื่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผดขึ้นมาอีก

  • สเตียรอยด์ (Steroids)

ยาตัวนี้จะต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์และเภสัชเท่านั้น  สามารถใช้ลดอาการอักเสบระคายเคืองได้ ส่วนมากจะใช้ในรายที่มีความรุนแรงของผดหรือสิวผดมาก ๆ

  • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics)

ยาประเภทนี้ใช้เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ใช้ในรายที่มีสิวผดแบบเป็นหนอง

  • น้ำยาฆ่าเชื้อ (Antiseptic)

ใช้เพื่อลดเชื้อแบคทีเรียเช่นกัน แต่จะใช้กับผิวหนังภายนอก

  • ยาคีโตโคนาโซล (Ketoconazole)

สำหรับสิวผดที่เกิดจากเชื้อยีสต์ แพทย์อาจให้ยาคีโตโคนาโซลมาทา แต่ต้องเป็นการใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์

  • ยาอะดาพาลีน (Adapalene) เลือกใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์เรตินอยด์ (Retinoids) ประเภทอะดาพาลีนอย่างยา “ดิฟเฟอริน”

นำมาใช้ทาก่อนนอน เพื่อให้สิวผดมันผุดขึ้นมามีหัวสิว แล้วค่อยกำจัดออกภายหลัง

  • ทำเลเซอร์

สำหรับใครที่อยากจะกำจัดสิวผดที่ได้ผลเร็วนั้น คือการทำเลเซอร์ ช่วยกำจัดสิวผด สิวอุดตันได้ และทำเพียงครั้งเดียวสามารถทำได้ทั่วทั้งหน้า แม้จะเห็นผลเร็วแต่ก็อาจจะทิ้งรอยดำไว้บนใบหน้าดังนั้น จึงมีขั้นตอนการป้องกันรอยดำที่ตามมา

เป็นสิวผดจะดูแลรักษาและป้องกันอย่างไร? 3

 

วิธีรักษาสิวผดแบบวิธีธรรมชาติ

สูตรมะนาว ผงพิเศษตราร่มชูชีพ และแป้งโยคี
ใช้ได้ทั้งหน้าและลำตัว ช่วยให้สิวแห้งได้เร็วและช่วยลดรอยดำ เหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน ผิวผสม สามารถเห็นผลได้ในประมาณ 6 สัปดาห์ และจะเห็นผลชัดเจนที่สุด 4-5 เดือน เนื่องจาก AHA ในน้ำมะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตัน
ส่วนผสม มะนาวครึ่งลูก, ผงพิเศษตราร่มชูชีพ, แป้งโยคี ผสมส่วนผสมให้เข้ากัน ไม่เหลวจนเกินไป ทาทิ้งไว้ก่อนนอน

สูตรผงหอมศรีจันทร์ผสมโยเกิร์ต
ผงหอมศรีจันทร์นั้นมีสรรพคุณในเรื่องการลดสิวผด ลดความมันบนใบหน้า บางคนใช้ผสมกับน้ำเปล่าหรือน้ำมะนาว หรือโยเกิร์ต แต่วิธีใช้ที่เกิดผลดีนั้นคือ การผสมกับโยเกิร์ตในอัตราส่วนที่พอเหมาะ พอกทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกสามารถใช้ได้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ให้ผลด้านลดสิว ลดความมัน และเพิ่มความชุ่มชื้น

 

จะป้องกันสิวผดอย่างไร

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัว
ไม่ควรไปจับหน้าบ่อย ๆ เพราะนิ้วมือของเรานั้นมีแบคทีเรีย อาจทำให้ใบหน้าเราได้ติดเชื้อได้ เสี่ยงให้สิวผดมากขึ้นกว่าเดิม

ล้างหน้าอย่างถูกวิธี
ควรล้างหน้าไม่เกินวันละ 2 ครั้ง เพราะยิ่งล้างบ่อยหน้ายิ่งแห้ง จะยิ่งกระตุ้นการเกิดสิวผดให้เพิ่มวงกว้างมากขึ้น ไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างบ่อยเกินไป

ไม่ควรเครียดเกินไป
พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ไม่เครียดมากเกินไป เพราะการที่เครียดเกินไปทำให้ต่อมไขมันทำงานหนัก

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ทานอาหารที่มีสารแอนตีออกซิแดนท์ เช่น ผัก ผลไม้ วิตามินเสริมต่าง ๆ โดยเฉพาะการเสริมแร่ธาตุสังกะสี หรือ Zinc ที่มีคุณสมบัติช่วยลดสิว ให้ผิวแข็งแรง และดื่มน้ำมาก ๆ

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว

  • ใช้โฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวหากผิวแห้งควรใช้แบบที่ให้ความชุ่มชื้น และหากผิวมันควรใช้โฟมล้างหน้าแบบที่ลดความมันแต่ไม่ลดความชุ่มชื่น
  • ใช้ผลิตภัณฑ์เวชสำอางในการช่วยลดสิวผด
  • ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อลดการอุดตัน

ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
ใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบางเบา แห้งง่าย ช่วยระบายอากาศ ไม่อับชื่น เพื่อลดการเกิดเหงื่อ หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าหนา ๆ อบอ้าว และอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท