เป็นสิวที่หลัง รักษาอย่างไร

สิวที่หลังปัญหายอดฮิตของเหล่าสาว ๆ ที่ชื่นชอบในการแต่งตัว ไม่ว่าจะเสื้อเปิดไหล่เปิดหลัง แต่เมื่อเกิดเป็นสิวที่หลังขึ้นมาเราก็มักจะต้องเก็บเสื้อผ้าเหล่านั้นไว้ใส่ในโอกาสอื่น เพราะต้องรอให้สิวหายเสียก่อน อดแต่งตัวสวย ๆ ไปถ่ายรูปเลยหรือเช็คอินตามสถานที่เที่ยวต่าง ๆ แถมยังต้องมานั่งนอยด์รอยสิวที่จะเกิดตามมาอีก ไม่ต้องกังวลใจไปวันนี้เรามีวิธีรักษาและป้องกันสิวที่หลังมาฝากสาว ๆ ทุกคนกันแล้ว

สิวที่หลังเกิดจากอะไร

สิวที่หลังนั้นเกิดจากไขมันอุดตันผสมกับแบคทีเรีย จนเกิดการอักเสบ สาเหตุของการอุดตันนั้นอาจเกิดจากเหงื่อออก หรือมีสิ่งสกปรกมาอุดตัน สิวที่หลังนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย และสามารถรักษาด้วยตัวเองได้ แต่ถ้าหากมีบริเวณกว้าง เม็ดใหญ่ หรือมีจำนวนมาก ก็สามารถไปพบแพทย์เพื่อรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสม

ชนิดของสิวที่หลังมีอะไรบ้าง

สิวที่หลังนั้นมีหลายประเภทและมีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน เราสามารถสังเกตลักษณะของสิวเพื่อจำแนกประเภทของสิวได้ดังนี้

  • สิวอุดตันหรือสิวหัวขาว  สิวประเภทนี้นั้นเป็นสิวธรรมดาที่ระดับความรุนแรงนั้นต่ำที่สุด เกิดจากการอุดตันของไขมันใต้ผิว รวมกับเซลล์เม็ดเลือดขาว
  • สิวหัวดำ  เป็นสิวที่มีสาเหตุการเกิดจากปฏิกิริยาของไขมันและอากาศ มีลักษณะคล้ายสิวหัวขาวเพียงแต่ตัวสิวนั้นผสมกับเม็ดสีเมลานินจึงทำให้มีสีเข้มขึ้น
  • สิวอักเสบ  ลักษณะเป็นตุ่มนูนสีแดงหรือชมพูอ่อน ๆ เกิดจากการอักเสบและอุดตัน สิวชนิดนี้ถ้าบีบอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ โดยสามารถแบ่งสิวอักเสบนได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
      • สิวอักเสบแดงเป็นไต (Papule) หัวสิวเป็นไตค่อนข้างแข็ง เมื่อจับดูจะเจ็บเล็กน้อย เกิดจากการอักเสบที่ผิวหนังชั้นบน
      • สิวอักเสบหัวหนองขนาดเล็ก (Pustule) ลักษณะสิวเป็นไตสีแดง มีหัวเป็นหนองขนาดเล็กอยู่ตรงกลาง มีอาการเจ็บเล็กน้อย เกิดจากการอักเสบที่ผิวหนังชั้นบน มีเม็ดเลือดขาวจำนวนมาก จึงทำให้เป็นหนอง
      • สิวอักเสบหัวหนองขนาดใหญ่ (Nodule) มีหนองกินพื้นที่ค่อนข้างกว้างกว่าสิวทั่วไป ลึกลงไปในผิวชั้นล่าง มีอาการแดง และปวดมาก เนื่องจากอยู่ลึกและมีขนาดใหญ่จึงมีเม็ดเลือดขาวเยอะไปด้วย จึงเป็นหนองอยู่ใต้ผิวหนัง ตัวสิวจะค่อนข้างนิ่ม
      • สิวอักเสบถุงหนอง (Cyst) เป็นก้อนขนาดใหญ่มีหนองอยู่ภายใน บวมแดงและเจ็บมาก ลักษณะเป็นก้อนแข็ง ๆ เนื่องจากมีการสร้างผิวหนังมาหุ้มหนองไว้ทำให้กลายเป็นถุงน้ำ เกิดจากการอักเสบในชั้นลึกถึงหนังแท้ แต่มีการอักเสบที่รุนแรงกว่า และเมื่อหายแล้ว อาจเป็นรอยดำ รอยแดง แผลเป็นนูน หรือหลุมสิว ได้

สาเหตุการเกิดสิวที่หลัง

สิวที่หลังนั้นก็เหมือนกับสิวที่ใบหน้า ที่มีสาเหตุการเกิดคล้ายคลึงกัน โดยปกติร่างกายของคนเรานั้นจะมีต่อมใต้ผิวหนังที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันมาหล่อเลี้ยงผิวให้มีความชุ่มชื้นตลอดเวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่ผิวขาดสมดุล ต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณที่มากเกินไป จึงทำให้มีการอุดตันที่บริเวณปลายท่อต่อมไขมัน จนกลายเป็นสิวอุดตัน และยิ่งไปเจอกับแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เรียกว่า P.Acne ก็จะติดเชื้อและกลายสิวอักเสบในที่สุด โดยการที่สิวนั้นมีลักษณะเป็นเม็ด ๆ นั้น เกิดจากเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันของเราพัฒนามาหุ้มสิ่งแปลกปลอมเอาไว้นั่นเอง โดยมีสาเหตุของการเกิดสิวที่หลังดังนี้

  1. ระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่เพิ่มมากขึ้น (Testosterone) พบมากในวัยรุ่น ผู้ที่มีฮอร์โมนเพศชายมากกว่าปกตินั้นจะมีความมันที่ใบหน้าบริเวณทีโซนมากกว่าปกติ และเมื่อมีน้ำมันมากจึงเพิ่มโอกาสการเป็นสิวอุดตันไปด้วยนั่นเอง
  2. กรรมพันธุ์ หากมีพ่อหรือแม่ที่เป็นสิวก็เป็นไปได้สูงว่าลูกก็อาจจะเป็นสิวเช่นกัน โดยสิวกรรมพันธุ์นั้นไม่ได้ส่งต่อเชื้อสิวกันแบบรุ่นสู่รุ่น แต่เป็นการส่งต่อลักษณะของผิวหนังและรูขุมขน เช่นว่าถ้ารุ่นพ่อแม่มีรูขุมขนกว้างและผิวมันมากส่งผลให้เป็นสิวง่าย ก็มีโอกาสที่รุ่นลูกจะได้ลักษณะเช่นนั้นมาเหมือนกัน ทั้งนี้การเกิดสิวขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย
  3. เหงื่ออุดตัน บางทีการที่เหงื่อออกมาก ๆ ก็ทำให้เกิดการอุดตันได้เช่นกัน เช่นเวลาออกกำลังกาย ที่จะมีเหงื่ออุดตันตามแนวเสื้อผ้าที่กระชับมาก ๆ เกิดเป็นการอับชื้นจนกลายเป็นสิวในที่สุด หรือเวลาที่เราเจออากาศร้อน ๆ ทำให้มีเหงื่อออกและไปผสมเข้ากับไขมันใต้ผิวหนังเกิดการอุดตันจนกลายเป็นสิวตามมาเป็นสิวที่หลัง รักษาอย่างไร 1
  4. การใช้ยารักษาโรคที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ทำให้เป็นสิว เช่น ยาต้านโรคซึมเศร้า ยาสเตียรอยด์
  5. ที่นอนและผ้าเช็ดตัวไม่สะอาด ก็เป็นเหตุให้มีการหมักหมมสิ่งสกปรก เชื้อโรคต่าง ๆ ที่สามารถทำให้ผิวระคายเคืองจนเกิดสิวที่หลังตามมา
  6. แพ้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น สบู่ ครีมอาบน้ำ แชมพู ที่มีสารที่ทำให้เราระคายเคืองจนเกิดการอุดตันและอักเสบ
  7. อาบน้ำอุ่น การนอาบน้ำอุ่นนั้นจะทำให้รูขุมขนเราเปิดกว้างและเพิ่มโอกาสที่จะอุดตันได้ง่าย

วิธีรักษาสิวที่หลัง

  1. การใช้สเปรย์รักษาสิว ปัจจุบันมีสเปรย์รักษาสิวที่หลังมากมายหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ วิธีใช้ก็ง่ายมาก เพียงแค่ฉีดสเปรย์ใส่หลังในบริเวณที่มีสิว หลังจากอาบน้ำเสร็จเท่านั้น
  2. เปลี่ยนผลิตภัณฑ์อาบน้ำ หากสงสัยว่าสิวที่หลังที่เราเป็นนั้นเกิดจากผลิตภัณฑ์อาบน้ำ ควรลองเปลี่ยนยี่ห้อที่ใช้ดูก่อน
  3. รักษาความสะอาดให้ดี เมื่อมีเหงื่อออกควรรีบอาบน้ำ อย่างปล่อยให้เหงื่อแห้งไปเอง เพราะแม้เหงื่อจะแห้งไปแล้วแต่ก็ยังมีแบคทีเรียที่เกิดจากเหงื่อหลงเหลืออยู่ และควรอาบน้ำทุกวันแม้ว่าจะอยู่ในห้องแอร์หรือที่ที่มีอากาศเย็นตลอด
  4. พบแพทย์ ในกรณีเป็นสิวที่หลังและประเมินแล้วว่าไม่สามารถรักษาด้วยตนเองได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาสิวที่หลังด้วยวิธีที่ถูกต้อง

วิธีป้องกันสิวที่หลัง

หลักการในการรักษาสิวที่หลังนั้นไม่ยุ่งยาก เพียงแค่รักษาความสะอาดบ่อย ๆ ก็จะสามารถลดการเกิดสิวได้แล้ว เพียงแต่เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อยเพื่อลดปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่จะทำให้เกิดสิวที่หลัง

  • อาบน้ำวันละ 1-2 ครั้งโดยหากไม่ได้อาบน้ำตอน เช้าอย่างน้อยก็ควรจะอาบน้ำตอนเย็น เพื่อกำจัดสิ่งสกปรก ฝุ่น และมลภาวะต่าง ๆ ที่เราไปเจอมาทั้งวันเป็นสิวที่หลัง รักษาอย่างไร 2
  • ซักผ้าเช็ดตัวบ่อย ๆ การซักผ้าเช็ดตัวอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งนั้นจะช่วยให้ลดโอกาสการเกิดแบคทีเรียสะสมได้
  • สระผมเป็นประจำ สำหรับใครที่ผมยาวควรสะผมอย่างน้อย 2 วัน 1 ครั้ง เพราะผมเราก็ไปเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ มาตลอดทั้งวันเช่นกัน สิ่งสกปรกต่าง ๆ นั้นก็ไปเกาะอยู่ที่ผม และอาจมาโดนหลัง จนเกิดเป็นสิวขึ้นมาได้
  • ทำความสะอาดที่นอน ควรซักผ้าปูที่นอนอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และควรนำที่นอนไปตากเป็นบางครั้งบางคราวเพื่อลดไรฝุ่น ส่วนในกรณีที่ไม่สามารถนำที่นอนไปตากได้ ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีคุณสมบัติลดไรฝุ่นดูดกำจัดฝุ่นบริเวณที่นอนแทน
  • ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี การเลือกเสื้อผ้านั้นควรเป็นแบบที่บางสบาย ไม่หนา และระบายอากาศได้ดีในเวลาที่เหงื่อออก เพื่อที่จะลดความชื่นที่ก่อให้เกิดแบคทีเรีย
  • ขัดหลังบ้าง ควรสครับขัดหลังบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อที่จะได้ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ไม่ให้เกิดการสะสมของขี้ไคล

จะรักษารอยสิวที่หลังได้อย่างไร

การรักษารอยสิวที่หลังนั้นใช้วิธีรักษาเดียวกันกับใบหน้าได้เลย คือใช้ครีมลดรอยดำรอยแดงจากสิว หรือใช้ครีมลดรอยแผลเป็นจากสิวก็ได้เช่นกัน ส่วนยี่ห้อนั้นก็สามารถเลือกตามความพอใจของเราได้เลย หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือการเลเซอร์ลดรอยสิว ที่สามารถทำได้ตามคลินิกความงามทั่วไป โดยสามารถเลือกโปรโมชั่นและคลินิกที่มีมาตรฐานน่าไว้วางใจได้ตามความชอบและทุนทรัพย์

 

จะเห็นได้ว่าสิวที่หลังนั้นไม่ใช่เรื่องร้ายแรง และมีวิธีรักษาได้ง่าย ๆ เพียงแค่รักษาความสะอาดให้ดีเป็นประจำ และปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเล็กน้อยเพื่อทำให้เรามีสุขอนามัยที่ดีขึ้นเท่านั้น ก็สามารถป้องกันการกลับมาเป็นสิวที่หลังซ้ำได้ และเมื่อไม่มีสิวที่หลังต่อไปเราก็จะสามารถใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นนั่นเอง