เปิดกรุ 10 สมุนไพรรักษาฝ้าหาได้ง่าย ๆ

ฝ้า

ในปัจจุบันที่แสงแดดแรงมาก และสามารถส่องถึงทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด แม้ว่าหลาย ๆ คนนั้นจะหลีกเลี่ยงการเจอแสงแดดได้ดีสักเท่าไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางครั้งการป้องกันของเราอาจยังไม่ดีพอ จึงทำให้เกิดปัญหาฝ้าตามมา ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียนและลดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันลง โดยเฉพาะในวัยเลขสามนั้นจะยิ่งกังวลกับปัญหาฝ้าเป็นพิเศษ เพราะเป็นวัยที่การสร้างเม็ดสีเมลานินและริ้วรอยเกิดขึ้นได้ง่ายมากกว่าปกติ จึงไม่แปลกที่หลาย ๆ คนต้องรีบหาวิธีรักษาฝ้าโดยด่วน ซึ่งในบทความนี้เราจะมาแนะนำ 10 สมุนไพรรักษาฝ้าที่สามารถหาได้ทั่วไปให้คุณได้ทราบกัน

 

ฝ้าเกิดจากอะไร?

ฝ้า เกิดมาจากเม็ดสีเมลานินในผิวหนังทำงานผิดปกติ จากการที่ได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตมากเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนทำให้เม็ดเมลานินเหล่านั้นต้องผลิตออกมามากขึ้นเพื่อปกป้องผิว ฝ้ามีลักษณะเป็นจุดหรือปื้นสีน้ำตาลไปจนถึงสีดำอมน้ำตาล ส่วนมากนั้นจะพบฝ้าที่บริเวณใบหน้า เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก ริมฝีปาก และบริเวณผิวหนังนอกร่มผ้า อีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของการเกิดฝ้าก็คือระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป เช่นวัยหมดประจำเดือน ช่วงตั้งครรภ์ หรือการกินยาปรับฮอร์โมนต่าง ๆ

เวลาที่เป็นฝ้านั้นหลาย ๆ คนก็มักจะนึกถึงวิธีการรักษาด้วยเลเซอร์ แต่จริง ๆ แล้วสมุนไพรไทยนั้นก็สามารถรักษาฝ้าได้เช่นกัน และยังหาได้ง่าย ๆ ตามตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต แถมวิธีการทำก็ไม่ได้ยุ่งยากสามารถทำได้ที่บ้านทุกวันในเวลาที่คุณสะดวก ประโยชน์ของพืชสมุนไพรไทย นอกเหนือจากการนำมาทานแล้ว ยังมีคุณค่าหรือสรรพคุณทางยามากมายมหาศาล โดยเราจะยกตัวอย่างสมุนไพรรักษาฝ้าดังนี้

 

รายชื่อ 10 สมุนไพรรักษาฝ้า

ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ นับว่าเป็นสมุนไพรครอบจักรวาล ที่นอกจากจะนำมาดื่ม ทำยา หรือใช้เป็นสารสกัดต่าง ๆ ก็ล้วนให้ประโยชน์ที่ดี แล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่สามารถลดความแสบร้อนของผิวหนังได้ ไม่ว่าจะจากแสงแดดหรือการโดนน้ำร้อนลวก แถมยังสามารถช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดสิว เพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินได้อีกด้วย แต่อีกสรรพคุณที่ไม่พูดถึงเลยไม่ได้ นั่นก็คือการลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำต่าง ๆ

วิธีใช้ นำว่านหางจระเข้มาปลอกเปลือกและล้างเอายางออกให้หมด จากนั้นนำมาพอกหน้า 15-20 นาที โดยไม่ต้องล้างออก สามารถทำเป็นประจำได้บ่อยตามต้องการ

 

หัวไชเท้า

เชื่อหรือไม่ว่าหัวไชเท้านั้นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ให้ผลดีอีกตัวหนึ่ง แม้จะดูเหมาะแก่การนำมาทำอาหารมากกว่าก็ตาม แต่ในหัวไชเท้ามีวิตามินเอ วิตามินซี และสารไกลโคไซ ที่มีสรรพคุณช่วยลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้า กระ ได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดอาการอักเสบของผิวได้ ทำให้สิบยุบตัวได้เร็ว แห้งไว กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ช่วยทำความสะอาดรูขุมขน และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย

วิธีใช้ นำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด และนำไปบดหรือปั่นละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้า โดยทิ้งไว้ 15-20 นาที ให้เอนไซม์ในหัวไชเท้าซึงเข้าผิว จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้ผิวแลดูสุขภาพดียิ่งขึ้น

 

ใบบัวบก

ไม่ได้ดีเพียงแก้ช้ำในอย่างเดียว เพราะใบบัวบกยังมีสรรพคุณในการเป็นสมุนไพรในการรักษาฝ้าอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีประโยชน์ในการช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว ลดรอยหมองคล้ำ และจุดด่างดำต่าง ๆ

วิธีใช้ นำใบบัวบกมาปั่นและกรองใส่ผ้าขาวบางเพื่อคั้นเอาน้ำ แล้วนำน้ำใบบัวบกไปชุบกับสำลีและโปะที่ใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

 

มะละกอ

มะละกอนอกจากจะทำส้มตำอร่อยแล้ว ในมะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน และวิตามินซี นอกจากจะบำรุงสมอง ช่วยต้านมะเร็ง ช่วยเรื่องการขับถ่ายและระบบย่อยอาหารแล้ว มะละกอยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดรอยดำจากสิว ช่วยให้ผิวหน้านุ่มฟูดูอิ่มน้ำ ช่วยลดการอักเสบของผิว ช่วยสมานแผล และที่สำคัญมะละกอยังเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าอีกด้วย เรียกได้ว่าประโยชน์ร้อยแปดจริง ๆ

วิธีใช้ นำมะละกอสุกมาบดและพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ

สมุนไพรรักษาฝ้า

มะนาว

สมุนไพรรักษาฝ้าตัวเด็ดที่มีกรด AHA และวิตามินซีสูงช่วยในการผลัดเซลล์ผิวได้ดี ลดรอยดำจากฝ้า ลดจุดด่างดำ และยังช่วยลดความมันบนใบหน้าพร้อมขจัดแบคทีเรีย และยังช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วย

วิธีใช้ นำมะนาวมาคั้นน้ำและทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 5-10 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้ควรทำ 1-2 ครั้ง ต่อสัปดาห์ไม่ควรทำบ่อยกว่านี้ เนื่องจากน้ำมะนาวมีกรด AHA สูง จึงส่งผลให้ผิวหน้าบางและไวต่อแสงเป็นพิเศษ

 

หอมแดง

ในหอมแดงนั้นมีสารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ จึงส่งผลให้หอมแดงสามารถกำจัดแบคทีเรียได้ ผู้คนส่วนมากนิยมนำน้ำหอมแดงไปแต้มที่หัวสิว เพื่อช่วยให้สิวยุบและหายไว ๆ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้ว หอมแดงยังมีสรรพคุณอีกมากมาย ทั้งสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยผลัดเซลล์ผิว และลดการอักเสบของผิวได้ดี แต่อีกหนึ่งสรรพคุณที่คนมักมองข้ามคือหอมแดงเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าได้ด้วยเช่นกัน

วิธีใช้ นำหอมแดงมาฝานบาง ๆ นำไปแช่เย็นสักพักหนึ่งก่อน แล้วนำไปแปะตรงบริเวณที่เกิดฝ้า ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถใช้วิธีนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

 

มะขามเปียก

มะขามเปียกก็เป็นอีกสมุนไพรที่มี AHA และวิตามินซีสูง นอกจากจะสามารถช่วยบำรุงสายตา ช่วยสมานแผล ช่วยลดความดันโลหิต และสามารถนำไปประกอบอาหารได้แล้ว มะขามยังมีสรรพคุณในการต่อต้านริ้วรอย ช่วยลดรอยดำจากสิว ช่วยลดความมันบนใบหน้า และช่วยทำความสะอาดรูขุมขน ทำให้ผิวพรรณดี ผิวนุ่มชุ่มชื้น และยังเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาฝ้าที่ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับมะนาวอีกด้วย

วิธีใช้ นำมะขามเปียกมาคั้นเอาน้ำ จากนั้นนำไปทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออก สามารถทำได้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

 

กะเพรา

นอกจากจะนำไปประกอบอาหารยอดฮิตของประเทศไทยแล้ว กะเพรายังมีประโยชน์ในด้านการเป็นสมุนไพรรักษาฝ้า ลดเลือนริ้วรอย ลดรอยดำจากสิว ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันในร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นสมุนไพรที่สามารถหาได้ง่ายมาก ๆ และมีราคาย่อมเยา

วิธีใช้ นำใบกะเพรามาป่นละเอียด ผสมน้ำอุ่นแล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก

 

ขมิ้น

ขมิ้นเป็นสมุนไพรรักษาฝ้าที่ขึ้นชื่ออยู่แล้ว เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ส่งผลให้ขมิ้นนั้นขึ้นชื่อเรื่องสรรพคุณรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำต่าง ๆ และยังช่วยรักษาโรคทางผิวหนังได้อีกหลายโรคเช่น โรคเกลื้อน สิว และกลาก

วิธีใช้ นำขมิ้นป่นมาผสมกับน้ำ แล้วนำมาพอกที่ใบหน้าทิ้งไว 15-20 นาทีแล้วล้างออก สามารถทำได้ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

 

ทานาคา

ทาคาคานั้นก็เป็นสมุนไพรรักษาฝ้าอีกตัวที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ๆ จากพม่า ที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีสรรพคุณในการป้องกันการเกิดฝ้า ช่วยรักษาและบรรเทาอาการฝ้าได้ดี ช่วยปรับให้ผิวกระจ่างใส ลดความมันส่วนเกิน ลดแบคทีเรีย ลดรอยสิว รักษาผดผื่น และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย

วิธีใช้ นำทานาคามาผสมกับน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม ไม่เหลวหรือข้นเกินไป จากนั้นนำไปพอกหน้า สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ หรือจะพอกทั้งวันใช้แทนครีมกันแดดอย่างสาวพม่าก็ได้เช่นกัน

 

เพียงคุณเลือกสมุนไพรรักษาฝ้าที่คุณชอบและสะดวกมาบำรุงผิวอย่างเป็นประจำ นอกจากจะช่วยรักษาฝ้าได้แล้ว แต่ละตัวก็ยังมีสรรพคุณอื่นที่จะทำให้คุณมีผิวพรรณที่ดี แข็งแรง สดใส นุ่มเนียน กระจ่างใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย ไร้ฝ้า มากวนใจ เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตแต่ละวันให้มากยิ่งขึ้นได้ง่าย ๆ ในราคาประหยัด แถมมาจากธรรมชาติ 100% อีกด้วย