เซรั่มคืออะไร แตกต่างจากครีมบำรุงอย่างไร

ปัจจุบันสาว ๆ นั้นมีตัวเลือกสกินแคร์มากมายนับพันยี่ห้อ คงจะไม่น่าแปลกใจหากว่าคุณจะเลือกใช้ไม่ถูก ยิ่งปีหลัง ๆ มานี้มีประเภทสกินแคร์เกิดขึ้นมาใหม่หลายแบบไม่ว่าจะเป็นน้ำตบ อีมัลชั่น โลชั่น โทนเนอร์ แต่ตัวที่ฮิต ๆ และไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ เซรั่ม (Serum) ผลิตภัณฑ์เจนใหม่ที่ไม่มีในยุคสมัยคุณแม่ยังสาว แต่เป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ วันนี้เราจะมาแนะนำที่มาของเซรั่มหน้าใส ว่ามันคืออะไร ใช้อย่างไร และเหมาะกับใคร

เซรั่มหน้าใสคืออะไร

เซรั่มหน้าใส คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรูปแบบหนึ่ง ที่ประกอบไปด้วยโมเลกุลขนาดเล็กมากมาย ลักษณะของเซรั่มนั้นจะมีความเหลวกว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทครีม เซรั่มบางยี่ห้องมีลักษณะกึ่งเหลว บางยี่ห้อเหลวเหมือนน้ำ เนื้อของเซรั่มนั้นจะมีสีแตกต่างกันไปตามแต่ละยี่ห้อ แต่ส่วนมากนั้นจะมีสีใสและสีออกไปทางเหลืองเล็กน้อย หรือบางยี่ห้ออาจจะเป็นสีขาวขุ่น ๆ ขึ้นอยู่กับสารสกัดที่นำมาใช้

เซรั่มหน้าใสนั้นจะให้ผลมากกว่าครีมบำรุงผิวแบบอื่น ๆ เพราะว่าในปริมาณที่เท่ากัน เซรั่มนั้นจะมีส่วนผสมที่เข้มข้นกว่าแบบครีมมาก เนื่องจากโมเลกุลที่เล็กกว่าของเซรั่มนั้นนอกจากจะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าแบบครีมแล้ว ยังไม่หนักหน้าอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้ปัจจุบันผู้คนมักนิยมใช้เซรั่มมากกว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบเนื้อครีม

เซรั่มเหมาะกับใคร

เซรั่มเหมาะกับทุกเพศทุกวัย อย่างวัยรุ่นนั้นก็อาจจะใช้เซรั่มหน้าใส หรือวัยทำงานก็ใช้เซรั่มที่ให้ความชุ่มชื้นเนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่พักผ่อนน้อยทำงานหนัก และสำหรับผู้ที่มีอายุ 30 ขึ้นไปก็เหมาะกับเซรั่มลดริ้วรอย เป็นต้น  เซรั่มคืออะไร แตกต่างจากครีมบำรุงอย่างไร 1

เพราะอะไรจึงควรเปลี่ยนมาใช้เซรั่ม

ข้อแตกต่างของเซรั่ม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบครีมนั้น ต้องบอกก่อนว่าทั้งสองแบบนั้นมีข้อดีต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการใช้งาน เราจะมาทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้งสองแบบให้มากขึ้น เพื่อหาคำตอบว่าคุณนั้นเหมาะกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบใดมากกว่ากัน

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบครีม (Cream)

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบครีม จะมีส่วนประกอบมาจากทั้งน้ำและน้ำมัน ผ่านกระบวนการผลิตจนกลายเป็นลักษณะเนื้อครีม ให้เนื้อสัมผัสเวลาทาบนผิวที่หนักกว่าแบบเซรั่ม โดยครีมบำรุงผิวนั้นมีประเภทที่แตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ที่เราต้องการ เช่นต้องการทาบำรุงก่อนออกไปนอกบ้านในเวลากลางวันก็อาจจะเลือกใช้เดย์ครีม (Day Cream) ที่มีเนื้อสัมผัสที่บางเบากว่าแบบที่ใช้ทาเวลาก่อนนอน หรือที่เรียกว่าไนท์ครีม (Night Cream) เราจะมาดูความแตกต่างของครีมทั้งสองแบบกัน

  • ครีมสำหรับทาตอนเช้า (Day Cream)

เดย์ครีม เป็นครีมบำรุงผิวที่ใช้ทาในตอนเช้า ที่จะเน้นไปที่การปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ ฝุ่นควันในอากาศ ป้องกันไม่ให้ผิวเราได้รับการกระทบกระเทือนมากขึ้น ช่วยไม่ให้ผิวไหม้จากแสงแดด เพิ่มความชุ่มชื้น ลดความมัน ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันและที่สำคัญคือมีเนื้อบางเบากว่าครีมบำรุงสำหรับกลางคืนมาก ๆ เพราะในตอนกลางวันเราต้องแต่งหน้า ถ้าครีมยังหนาอีก ก็จะทำให้เครื่องสำอางอาจไหลเยิ้มในช่วงกลางวันแดดร้อน ๆ หรือทำให้หน้ามันได้ แถมครีมบำรุงกลางวันบางตัวนั้นสามารถช่วยเบลอรูขุมขนได้อีกด้วยเซรั่มคืออะไร แตกต่างจากครีมบำรุงอย่างไร 2

  • ครีมสำหรับทากลางคืน (Night Cream)

เป็นครีมบำรุงที่ใช้ในเวลาก่อนนอน เพราะคุณสมบัติหลัก ๆ นั้นจะช่วยในการฟื้นฟูและปลอบประโลมผิว ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้น และมักจะมีเนื้อครีมที่เข้มข้นกว่าครีมบำรุงแบบใช้ทาในตอนกลางวัน เพราะกลางคืนเป็นเวลาที่ผิวเราจะสามารถดูดซึมและซ่อมแซมผิวมากที่สุด เราจึงควรอัดครีมบำรุงที่เข้มข้นให้ผิวในเวลานี้ และอีกประการคือ เนื่องจาก ไนท์ครีม มีความเข้มข้นในการบำรุงมากกว่าครีมกลางวัน จึงใช้เวลามากกว่าในการซึมสู่ผิว จึงต้องทาในเวลากลางคืนเท่านั้น

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบเซรั่ม (Serum)

การบำรุงผิวด้วยเซรั่มนั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแบบครีม เนื่องจากมีความเข้มข้นมากกว่าและด้วยความที่เซรั่มนั้นมีลักษณะเหลว หรือกึ่งเหลวและมีโมเลกุลเล็ก จึงซึมซาบลงในชั้นผิวที่ลึกกว่าได้ สามารถบำรุงได้ล้ำลึก แต่ถ้ากล่าวในแง่การให้ความชุ่มชื้นแล้ว แบบครีมนั้นอาจให้ความชุ่มชื้นที่ดีกว่า แต่เซรั่มนั้นทดแทนจุดนั้นด้วยการแก้ไขปัญหาผิวอย่างตรงจุดกว่า บำรุงได้ล้ำลึกกว่า บางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่เคลือบอยู่บนผิวจึงลดโอกาสเกิดการอุดตัน ไม่กีดกันสารบำรุงอื่น สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบอื่นร่วมด้วยได้

ส่วนมากนั้นเซรั่มจะมีสรรพคุณเฉพาะเจาะจง อาทิ เซรั่มหน้าใส จะช่วยให้หน้าใสเป็นหลัก เซรั่มลดการอุดตันก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิว หรือ เซรั่มลดสิวก็จะช่วยลดการเกิดสิว เป็นต้น

วิธีบำรุงผิวให้ถูกขั้นตอน

  1. ล้างหน้า  ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นเพื่อเปิดรูขุมขนให้พร้อมต่อการบำรุง การล้างหน้านั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าของคุณ เช่น หากมีผิวแห้งก็ควรใช้โฟมล้างหน้าที่เน้นให้ความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการใช้โฟมประเภทช่วยลดความมัน เนื่องจากจะทำให้ใบหน้าคุณแห้งและระคายเคืองได้ง่ายกว่าเดิม และไม่ควรขัดหน้าแรง ๆ ไม่เกา ไม่แกะ แม้ว่าคุณจะมีสิวอยู่ในขณะนั้น ให้ถูวนเบา ๆ อย่างอ่อนโยนประมาณ 15-30 วินาที แล้วล้างออก จากนั้นซับหน้าเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาด และไม่ควรใช้ผ้าร่วมกับผ้าเช็ดผิวกายเซรั่มคืออะไร แตกต่างจากครีมบำรุงอย่างไร 3
  1. โทนเนอร์  เช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ บางทีน้ำที่เราใช้อาบอาจจะไม่ได้สะอาดเสมอไป อาจมีฝุ่นหรือแบคทีเรียเจือปนมาเล็กน้อย รวมถึงผ้าเช็ดหน้าด้วยเช่นกัน คุณจึงควรใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวเป็นขั้นตอนแรกในการบำรุงผิวเพื่อความมั่นใจในความสะอาดและช่วยปรับสมดุลบนหน้า โดยวิธีใช้คือนำโทนเนอร์หยดใส่สำลีและลูบวนไปให้ทั่วใบหน้า เช็ดตามแนวของรูขุมขนและเช็ดย้อนรูขุมขน เช็ดจนกว่าจะไม่มีฝุ่นติดที่สำลี และไม่ควรเช็ดใบหน้าด้วยความแรง
  1. น้ำตบ  หากคุณมีน้ำตบหรือผลิตภัณฑ์ก่อนการบำรุง ให้ใช้ในขั้นตอนหลังจากลงโทนเนอร์ได้เลย เพื่อปรับสภาพผิวรอรับการบำรุง โดยการใช้น้ำตบให้หยดน้ำตบใส่ฝ่ามือ และลูบน้ำตบไปให้ทั่วทั้งใบหน้า ตามด้วยการตบด้วยปลายนิ้วเล็กน้อย เพื่อเป็นสัญญาณบอกผิวว่าเราจะบำรุงแล้วนะ ผิวหน้าก็จะพร้อมเปิดรับการบำรุงขั้นต่อไป ทริกเล็ก ๆ คือ ให้แทนที่การตบด้วยการหยิกเบา ๆ ทั่วใบหน้า ในผู้ที่เริ่มมีอายุแล้ว
  1. ทาเซรั่ม  เราจะทาเซรั่มในขั้นตอนนี้ โดยเซรั่มหน้าใสบางตัวนั้นจะต้องวอร์มบนมือก่อน การวอร์มบนมือก็คือหยดเนื้อเซรั่มลงบนหลังมือ และถูวนเซรั่มเบา ๆ จนเนื้อเซรั่มนั้นอุ่นขึ้นเล็กน้อยจากนั้นค่อยนำมาทาที่ใบหน้า ในขณะที่บางตัวนั้นไม่ต้องวอร์ม คุณจึงสามารถหยดลงบนใบหน้าในปริมาณที่พอเหมาะและลูบไล้ให้ทั่วใบหน้าได้เลย โดยให้เน้นใช้นิ้วกลางและนิ้วนางในการทา
  1. อายครีม  หากคุณมีครีมบำรุงรอบดวงตาให้ใช้ในขั้นตอนนี้ได้เลย โดยวิธีทาคือให้ใช้นิ้วนางทา เนื่องจากนิ้วนางนั้นมีแรงกดที่น้อยจึงไม่ทำให้ดวงตาบอบช้ำ และควรทาลากจากหัวตาไปหางตาเบา ๆ เพื่อเป็นการผ่อนคลายสายตา ที่สำคัญคือเราจะทาที่บริเวณถุงใต้ตาเท่านั้น ไม่ทาชิดขอบตาจนเกินไปเพราะบริเวณขอบตานั้นอ่อนไหวมากจึงไม่ควรไปจับบ่อย ๆ และอย่าลืมทาบริเวณเปลือกตาด้วย
  1. ครีมบำรุง  ในขั้นตอนครีมบำรุงนั้นก็สามารถทาได้ปกติเลย โดยครีมบางตัวนั้นอาจต้องวอร์มเหมือนกับเซรั่มหน้าใส ก็ใช้วิธีเดียวกันได้เลย การทาครีมที่ช่วยลดริ้วรอยนั้นให้ใช้นิ้วนางและนิ้วกลางในการทาครีม และทาย้อนกล้ามเนื้อ เช่นบริเวณหน้าผากให้ลากนิ้วจากกึ่งกลางหน้าผากไปด้านข้างหน้าผาก บริเวณแก้มให้ทาจากหน้าแก้มยกขึ้นไปทางบริเวณโหนกแก้ม เพื่อเป็นการยกกระชับและชะลอการเกิดริ้วรอย เนื่องจากครีมบำรุงนั้นมีลักษณะเป็นเนื้อครีมที่หนักผิวเราจึงนำมาทาเป็นขั้นตอนสุดท้าย

 

แม้ว่าขั้นตอนจะฟังดูยุ่งยาก แต่เมื่อคุณทำเป็นประจำแล้วก็จะเกิดความชินไปเอง และผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะดีกว่าการทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบไม่มีขั้นตอนอย่างแน่นอน แถมคุณจะได้ผิวดีและหน้าเด็กอยู่เสมออีกด้วย แต่คุณไม่จำเป็นจะต้องบำรุงทุกขั้นตอนก็ได้ สำหรับสาวคนไหนที่ไม่ชอบความยุ่งยากก็สามารถลดขั้นตอนการทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเหลือเพียง เซรั่มและอายครีมก็เพียงพอแล้ว