สิวหัวดำป้องกันและรักษาอย่างไรดี?

สิวหัวดำ

 

การดูแลสุขภาพร่างกายของเราเป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้ว่าชีวิตประจำวันจะเต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การทำงาน การเที่ยว การพักผ่อน หากเราไม่ควบคุมดูแลแต่ละกิจกรรมให้ดีสมดุลของร่างกายก็จะเสียไป ทำให้เกิดผลเสีย หรือปัญหาตามมา ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำอยู่นั้นก็คือปัญหาเกี่ยวกับสภาพผิวของเราที่อาจเปลี่ยนแปลงไปจนเกิดเป็นสิวชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะสิวหัวดำ ที่สามารถเป็นได้ไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุหรือเพศใดก็ตาม แต่ก่อนที่จะมาหาวิธีดูแลรักษาหรือวิธีป้องกันสิวหัวดำนั้น จะขอกล่าวถึงสาเหตุของสิวหัวดำให้คุณได้เข้าใจก่อน

 

สาเหตุของสิวหัวดำ

สิวหัวดำ คือ สิวอุดตัน (Comedones) เป็นสิวขนาดเล็กที่เป็นตุ่มอุดตันใต้ผิวหนัง ชนิดที่ไม่เกิดการอักเสบ เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันในรูขุมขน มักพบได้มากที่บริเวณหน้าผากและคาง สามารถแบ่งชนิดของสิวอุดตันที่พบบ่อย ๆ ได้ 2 ชนิดคือ

  • สิวหัวดำหรือสิวหัวเปิด สิวหัวดำหรือสิวหัวเปิด เป็นจุดสีดำปรากฏบนผิวหนัง เกิดจากการอุดตันของขน เนื้อเยื่อ และไขมันภายในรูขุมขน และมีเม็ดสีเมลานินทำปฏิกิริยากับสารที่อุดตัน ส่งผลให้เปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นในขณะที่สารเหล่านั้นโผล่พ้นขึ้นมาสัมผัสกับออกซิเจน
  • สิวหัวขาวหรือสิวหัวปิด สิวหัวขาวหรือสิวหัวปิด เป็นตุ่มเล็ก ๆ สีขาวบนผิวหนัง เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อุดตันอยู่ภายในรูขุมขน แต่รูขุมขนที่อุดตันนั้นจะไม่ได้สัมผัสอากาศ จึงไม่มีการเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจน และยังคงมองเห็นเป็นจุดสีขาวที่อุดตันอยู่บนผิวหนัง

สิวอุดตันเกิดจากการอุดตันของเซลล์เยื่อบุผิวหนังที่ตายแล้ว และไขมันที่มีการผลิตออกมามากเกินไปจากต่อมไขมันใต้ผิวหนัง โดยการอุดตันจะเกิดภายในรูขุมขนใต้ผิวหนัง และปรากฏออกมาเป็นสิวอุดตันในลักษณะต่าง ๆ

 

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสิวหัวดำ

  1. ร่างกายผลิตไขมันหล่อเลี้ยงผิวหนังมากเกินไป
  2. มีการติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium Acnes (P. acnes) ที่ผิวหนัง
  3. มีการระคายเคืองของรูขุมขน ซึ่งเกิดจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว แต่ไม่หลุดออกจากผิวหนังอย่างที่ควรจะเป็น
  4. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่ทำให้มีการผลิตไขมันเพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน หรือระหว่างการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด
  5. การรับประทานยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ (steroids), ลิเทียม (Lithium) หรือแอนโดรเจน (Androgens)

ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกที่มีผลที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดสิวหัวดำได้เช่นกัน อย่างความเชื่อว่าอาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิดก่อให้เกิดสิว เช่น อาหารและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมซึ่งเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการกระตุ้นให้เกิดสิว แต่ก็มีความเชื่อผิด ๆ อยู่เช่นกันที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดเกี่ยวกับสิวหัวดำ จึงขอกล่าวถึงความเชื่อผิด ๆ นั้นไว้เป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ ดังนี้

ลอกสิว

 

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับสิวหัวดำ

สิ่งสกปรกทำให้สิวอุดตันมีสีดำ

แม้ว่าสิวหัวดำจะมีลักษณะคล้ายสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันในรูขุมขน แต่ความจริงแล้วสิวหัวดำมีลักษณะเป็นสีดำเนื่องจากสิ่งอุดตันในรูขุมขน เช่น ฝุ่นผง แบคทีเรีย และน้ำมันทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ส่งผลให้สิวอุดตันมีลักษณะเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ ที่มีสีดำ ไม่ได้เกิดจากสิ่งอุดตันมีสีดำเพียงอย่างเดียว

น้ำมันมิเนอรัลทำให้เกิดสิวหัวดำ

หลายคนเชื่อว่าน้ำมันมิเนอรัล ซึ่งเป็นน้ำมันที่ได้จากกระบวนการสกัดปิโตรเลียมมีส่วนทำให้รูขุมขนอุดตันจนเกิดสิวหัวดำได้ แต่ความจริงแล้วน้ำมันมิเนอรัล เป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันจึงไม่ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้สารนี้ยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวที่แห้งให้ชุ่มชื้นขึ้น ทั้งยังลดอาการระคายเคืองของผิวหนังได้ด้วย

 

การดูแลรักษาปัญหาสิวหัวดำ

ถ้าหากเข้าใจถึงที่มาหรือสาเหตุของสิวหัวดำแล้ว เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นกับตัวเราจึงต้องหาวิธีการดูแลรักษา เพื่อลบจุดบกพร่องของใบหน้าและร่างกายให้หมดไปโดยไว เพื่อความเรียบเนียนของผิวหน้าให้กลับมาสะอาดสดใสอีกครั้ง จึงได้มีการรวบรวมกลเม็ดเคล็ดลับต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านนำไปใช้ให้เข้ากับสภาพผิวของตัวเองได้ ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีรักษาสิวหัวดำมากมายหลายวิธี โดยในครั้งนี้จะยกวิธีที่คนส่วนมากใช้แล้วได้ผลมา 7 วิธีดังนี้

  1. ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่มีขายทั่วไปโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์

ผลิตภัณฑ์ที่กล่าวถึงในครั้งนี้หาได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้า หรือซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน มีขายทั้งในรูปแบบครีม เจล และแผ่นแปะบนผิวหนัง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ประกอบไปด้วยสารที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขจัดน้ำมันส่วนเกิน และกระตุ้นให้มีการหลุดลอกของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ตัวอย่างเช่น Salicylic acid, Benzoyl peroxide และ Resorcinol

  1. ยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์

หากรักษาด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีขายทั่วไปแล้วอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้ยาที่มีความแรงมากขึ้น เช่น ยาที่ประกอบไปด้วยกรดวิตามินเอ ที่มีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้รูขุมขนอุดตันและกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ โดยเป็นยาชนิดทาบนผิวหนัง ได้แก่ Tretinoin, Tazarotene หรือ Adapalene นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งยาทาผิวหนังที่มีส่วนประกอบของยา Benzoyl peroxide และยาปฏิชีวนะกลุ่ม Tetracycline ซึ่งจะมีประโยชน์ในผู้ที่เป็นสิวหัวดำร่วมกับสิวอักเสบหรือสิวซีสต์ ( Acne Cysts )

  1. การกำจัดสิวหัวดำโดยใช้ที่กดสิว

แพทย์ผิวหนังหรือผู้ที่ผ่านการอบรมด้านการรักษาผิวพรรณ จะใช้อุปกรณ์กดสิวที่เรียกว่า Round Loop Extractor ในการกดสิวอุดตันหัวดำออก โดยเริ่มจากการเปิดรูขุมขนที่อุดตันออกเป็นรูเล็ก ๆ และใช้อุปกรณ์กดสิวดังกล่าวออกแรงกดลงบนผิวหนังเพื่อเอาสิวอุดตันออก

ไม้กดสิว

  1. การกรอผิวด้วยผลึกแร่ที่ละเอียดมาก (Microdermabrasion)

แพทย์จะใช้เครื่องมือกรอขัดผิวหนังส่วนที่เป็นรอยสิวออกไป เพื่อให้ผิวหนังชั้นที่ลึกลงไปได้ผลัดเซลล์ผิวขึ้นมาใหม่แทนที่เซลล์ที่ถูกจำกัดไป รอยสิวจะหายไป ในขณะที่เซลล์ผิวหนังใหม่จะช่วยทำให้ผิวส่วนที่เป็นรอยสิวแต่เดิมเรียบเนียนสม่ำเสมอกับผิวบริเวณใกล้เคียงมากขึ้น แต่กว่าสภาพผิวจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์

  1. การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical peels)

การลอกผิวจะใช้สารเคมีเข้มข้นทาลงบนผิวหนัง โดยทิ้งระยะเวลาไว้สักครู่หนึ่งเพื่อให้ผิวหนังกำพร้าชั้นบนสุดถูกลอกออก แม้ผลิตภัณฑ์สำหรับลอกผิวที่ไม่รุนแรงจะหาซื้อได้ทั่วไปโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาจากแพทย์ แต่แนะนำให้รักษาจากแพทย์ผิวหนังจะได้ผลที่ดีกว่า

  1. การใช้เลเซอร์และแสงในการรักษาสิว (Laser and Light Therapy)

เลเซอร์ผิวหนัง เป็นวิธีการที่แพทย์จะใช้อุปกรณ์ยิงลำแสงเลเซอร์ไปบนผิวหนังบริเวณที่เป็นรอยสิว เพื่อกำจัดผิวหนังชั้นนอกที่เกิดความเสียหายหลังการเกิดสิวนั้นทิ้งไป และกระตุ้นเซลล์ผิวใหม่ในผิวชั้นกลาง เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนสม่ำเสมอกัน และหลังทำเลเซอร์อาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าสภาพผิวจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่

  1. การรักษาด้วยความเย็น (Cryotherapy)

แพทย์จะใช้เครื่องพ่นไนโตรเจนเหลวหรือคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอุณหภูมิต่ำ ไปยังจุดที่ต้องการรักษาเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อทำให้เซลล์ผิวบริเวณรอยแผลเป็นตาย แล้วสร้างเซลล์ใหม่ที่ดีขึ้นมาแทนที่

 

การป้องกันปัญหาสิวหัวดำ

ในบทความนี้จะกล่าวถึงการป้องกันไม่ให้สิวหัวดำเกิดขึ้นมาอีกด้วยตัวเอง โดยแบ่งเป็น 8 วิธี เพื่อให้สามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเราเองดังนี้

ล้างเครื่องสำอางก่อนนอน

การนอนหลับไปพร้อมกับเครื่องสำอางจะทำให้สารเคมีต่าง ๆ อุดตันในรูขุมขนและเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดสิวหัวดำ นอกจากนี้ การนอนหลับทั้งที่ยังแต่งหน้าอาจส่งผลให้ดวงตาติดเชื้อหรือเกิดการอักเสบได้ด้วย

ล้างหน้า 2 รอบ

การล้างหน้าให้สะอาดทั่วถึงจะช่วยป้องกันการเกิดสิวหัวดำได้ โดยอาจล้างหน้า 2 ครั้ง โดยครั้งแรกอาจล้างหน้าตามปกติ จากนั้นอาจล้างหน้าด้วยครีมหรือโฟมที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้

ใช้แปรงทำความสะอาดผิวหน้า

แปรงขัดหน้าจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวหน้าที่ตายแล้ว และช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าสะอาด กระจ่างใส แต่ควรใช้แปรงขัดหน้าแค่สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะการขัดหน้าบ่อย ๆ อาจทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้

ผลัดเซลล์ผิว

การผลัดเซลล์ผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือสารสกัดจากผลไม้ธรรมชาติที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น กรดไกลโคลิก และ BHA เช่น กรดซาลิไซลิก หรือสารเคมีชนิดอื่น ๆ จะช่วยทำความสะอาดรูขุมขน กำจัดเซลล์ผิวเก่าทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มขึ้น และทำให้รูขุมขนเล็กลง นอกจากนี้ยังช่วยลดริ้วรอยและจุดด่างดำบนใบหน้าที่เกิดขึ้นตามวัยได้อีกด้วย

มากส์หน้า

การใช้โคลนหรือถ่านมากส์หน้าจะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าจากสิ่งสกปรก กำจัดเซลล์ผิวเก่าและน้ำมันที่อุดตันในรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก และช่วยลดการเกิดสิวหัวดำได้

อบไอน้ำผิวหน้า

ไอน้ำจะช่วยเปิดรูขุมขน และทำให้สิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่ภายในรูขุมขนหลุดออกมา ส่งผลให้ผิวหน้าสะอาดกระจ่างใสขึ้นได้

หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนและการกดสิว

แม้ว่าแผ่นลอกสิวเสี้ยนและมากส์หน้าชนิดต่าง ๆ อาจช่วยกำจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนได้ แต่ก็อาจทำให้ผิวแห้ง และเกิดการระคายเคืองได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น และเกิดการอุดตันเป็นสิวหัวดำมากกว่าเดิม นอกจากนี้การใช้เครื่องมือกดสิว เพื่อกำจัดสิวหัวดำโดยขาดความชำนาญก็อาจทำให้ผิวหน้าเป็นแผล และเกิดรอยแผลเป็นตามมาได้ หากต้องการกดสิว ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่มีความรู้ และมีประสบการณ์ในการกดสิว เพื่อกำจัดสิวออกไปอย่างถูกวิธี

หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อุดตันรูขุมขน

การดูแลรักษาผิว เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับกำจัดสิวอุดตัน การผลัดเซลล์ผิวและการมากส์หน้า อาจไม่ช่วยให้ปัญหาสิวหัวดำดีขึ้นได้ หากยังคงใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่อาจกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตัน ดังนั้นควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าที่ระบุว่า Non-comedogenic ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตันอันเป็นสาเหตุของสิวหัวดำ

 

เน้นย้ำอีกครั้งว่าการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเรานั้น สำคัญเช่นเดียวกันกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เราจึงควรบริหารเวลาให้เหมาะสม ไม่ขาดตกบกพร่องอะไรไป ทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจควบคู่กันไปด้วย เพื่อบอกลาปัญหาสิวหัวดำ เปิดรับชีวิตที่สดใสและมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น