สิวข้าวสารน่ากลัวหรือไม่ และรักษาอย่างไร

สิวเม็ดเล็ก ๆ ทีมีหัวสิวลักษณะแข็งบนใบหน้านั้น มีชื่อเรียกว่าสิวข้าวสาร โดยที่สิวข้าวสารนั้นไม่มีหนอง ไม่รู้สึกเจ็บ เพียงแต่สัมผัสแล้วมีตุ่มไตแข็ง ๆ แต่ไม่ได้ส่งผลอะไรกับใบหน้ามากนักนอกจากจะรู้สึกรำคาญและอาจมีรอยสิวจาง ๆ หลังจากสิวข้าวสารหายไป ส่วนมากนั้นสิวข้าวสารจะพบที่บริเวณ ใบหน้า อาทิ รอบดวงตา โหนกแก้ม หน้าผาก เป็นต้น และอาจพบได้ที่บริเวณร่างกายด้วยเช่น หลัง ไหล่ ต้นแขน สิวข้าวสารนั้นมักจะมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน นูนออกมาจากใบหน้า และไม่มีหัวสิว สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเนื่องจากมีสีอ่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวสองสีหรือผิวเข้ม และจะสังเกตเห็นง่ายเป็นพิเศษเมื่อไม่ได้แต่งหน้า

สำหรับผู้ที่ชอบการแต่งหน้าโดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตานั้นมักจะพบกับปัญหาสิวข้าวสาร เนื่องจากสิวข้าวสารนั้นมีสาเหตุการเกิดเหมือนกับสิวอื่น ๆ คือการอุดตัน ซึ่งบริเวณรอบดวงตานั้นเป็นบริเวณที่มีการใช้เครื่องสำอางหลายชนิดกว่าบริเวณอื่น ๆ ของใบหน้า ทั้งรองพื้น ไพร์เมอร์ อายแชโดว์ มาสคารา อายไลเนอร์ รวมถึงอื่น ๆ อีกสารพัด จึงเป็นเรื่องปกติที่ในบางวันอาจทำความสะอาดไม่ดีพอจนเกิดเป็นการอุดตันขึ้นมา บทความวันนี้เรามีข้อแนะนำสำหรับการรักษาสิวข้าวสารมาฝากสาว ๆ ทุกคนดังนี้

สาเหตุการเกิดของสิวข้าวสาร

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนว่าสิวข้าวสารนั้นเกิดจากอะไร แต่ก็มีการคาดเดาว่าสิวข้าวสารนั้นน่าจะเกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว โดยลักษณะภายนอกนั้นสิวข้าวสารจะเป็นเม็ดสิวตื้น ๆ และแข็ง มีขนาด 1-2 มิลลิเมตร มีหัวเป็นตุ่มขาว ๆ หรือสีเหลืองอ่อน เมื่อเป็นสิวข้าวสารบางคนนั้นอาจมีอาการคันร่วมด้วย โดยสิวข้าวสารนั้นมีหลายชนิดอธิบายได้ดังนี้

  • สิวข้าวสารในเด็กแรกเกิด  ในเด็กแรกเกิดนั้นมีเด็กร้อยละ 40-50 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นสิวข้าวสาร สาเหตุมาจากในเด็กแรกเกิดนั้นต่อมไขมันยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ จึงเกิดความผิดปกติที่ต่อมไขมันเล็กน้อยและเกิดเป็นสิวข้าวสาร ส่วนมากพบที่บริเวณ ศีรษะ จมูก ปาก และช่วงบนของลำตัว โดยสิวข้าวสารในทารกนั้นจะหายไปเองในไม่กี่สัปดาห์หลังคลอด
  • สิวข้าวสารในเด็กและผู้ใหญ่  สิวข้าวสารชนิดนี้คือชนิดที่ผู้คนมักจะเป็นกันมากที่สุด มีสาเหตุมาจากเส้นใยเคราตินสะสมใต้ผิวหนังมากเกินไป จนเกิดเป็นสิวขึ้นมา โดยมากจะพบที่เปลือกตา หน้าผาก รอยพับจมูก และอวัยวะเพศ และอาจมีระยะเวลาเป็นสิวอยู่ที่ไม่กี่สัปดาห์ไปจนกระทั่งเป็นปี
  • สิวข้าวสารชนิดแบนราบ  เกิดจากสิวข้าวสารติดเชื้อแบคทีเรียจนกลายเป็นสิวบริเวณกว้าง อาจมีขนาดไม่กี่มิลลิเมตรไปจนถึงหลายเซนติเมตร ซึ่งลักษณะสิวข้าวสารแบบนี้อาจเกี่ยวพันกับโรคผิวหนังบางโรคที่ยังหาสาเหตุได้ไม่ชัดเจน ส่วนมากจะพบที่บริเวณ เปลือกตา แก้ม หลังหู เป็นต้น สามารถเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และพบมาในผู้หญิง
  • สิวข้าวสารชนิดบาดแผล  สิวข้าวสารชนิดนี้มักจะเกิดขึ้นหลังจากผิวหนังได้รับบาดเจ็บจากการเป็นแผล เช่นแผลพุพองไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก สามารถพบได้ในทุกบริเวณของร่างกาย
  • สิวข้าวสารชนิดแตกได้  สิวข้าวสารชนิดนี้พบได้ไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเป็นแล้วจะใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะหาย โดยอาจมีอาการคันร่วมด้วย มักจะพบที่บริเวณใบหน้า และลำตัวช่วงบนเช่น หน้าอก หัวไหล่ หลัง ต้นแขน ต้นคอ
  • สิวข้าวสารที่เกิดจากยา  การใช้ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดสิวข้าวสารได้ เช่น ยาไฮโดรควิโนน ยาฟลูออโรยูราซิล หรือครีมสเตียรอยด์สิวข้าวสารน่ากลัวหรือไม่ และรักษาอย่างไร 1

การวินิจฉัยสิวข้าวสาร

สิวข้าวสารแต่ละชนิดนั้นมักมีลักษณะเฉพาะตัว แพทย์จึงสามารถสังเกตได้โดยไม่ต้องทำการทดสอบอื่นเพิ่มเติม แต่ในบางกรณีที่หาสาเหตุได้อยากแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อไปวิเคราะห์ด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาสาเหตุที่แน่นอนต่อไป

การรักษาสิวข้าวสารด้วยตัวเอง

  • การรักษาด้วยการกดสิว เหมือนกับการกดสิวทั่วไปที่ใช้อุปกรณ์ไม้กดสิวในการช่วยกดสิวข้าวสารออกมาก โดยที่ใช้หัวไม้ด้านที่เป็นเข็มจิ้มสะกิดหัวสิวก่อนแล้วใช้ด้านที่เป็นห่วงกดออก ที่สำคัญก่อนที่จะกดสิวควรทำความสะอาดใบหน้าและมือด้วยสบู่ และล้างทำความสะอาดไม้กดสิวด้วยแอลกอฮอล์ก่อน
  • การรักษาด้วยปูนแดง การใช้ปูนแดงเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้กันมาอย่างยาวนานและให้ผลลัพธ์ที่ดี โดยที่ทำไม่ยากอีกด้วย
    • วิธีทำ นำปูนแดงที่คุณภาพดีหน่อยที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา มาผสมกับน้ำและทาที่บริเวณข้อพับเพื่อทดสอบอาการแพ้ เมื่อทดสอบมั่นใจแล้วว่าไม่เกิดอาการแพ้ ก็ให้ป้ายปูนแดงลงไปในบริเวณที่เป็นสิวข้าวสารทิ้งเอาไว้ ทำวันละ 1-2 ครั้ง สิวข้าวสารจะค่อย ๆ หลุดออกไปเอง โดยไม่ต้องกดหรือบีบ แต่ห้ามแคะ แกะ เกา โดยเด็ดขาด
  • การรักษาด้วยครีมที่ผสมกรดวิตามินเอ  สามารถใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ หรือ กรดวิตามินเอ มาแต้มลงในบริเวณที่เป็นสิวข้าวสาร เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นประจำสิวข้าวสารจะค่อย ๆ หลุดออกมาเอง วิธีนี้ห้ามใช้ในบริเวณรอบดวงตา ใช้เวลาในการรักษานานพอสมควร และควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้งเนื่องจากยานี้อาจมีผลข้างเคียง
  • รักษาด้วยเลเซอร์ เลเซอร์ที่จะใช้กำจัดสิวข้าวสารนั้นนิยมใช้ IPL และ YAG ที่ให้ผลดีและผลข้างเคียงน้อย โดยจะมีราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละคลินิก ดังนั้นควรศึกษาราคาและผลลัพธ์การรักษาให้ถี่ถ้วนก่อน รวมถึงศึกษาวิธีปฏิบัติตัวหลังจากที่ทำเลเซอร์ด้วย เนื่องจากผิวจะไวต่อแสงเป็นพิเศษสิวข้าวสารน่ากลัวหรือไม่ และรักษาอย่างไร 2
  • การรักษาโดยการผลัดเซลล์ผิว การผลัดเซลล์ผิวโดยวิธีธรรมชาติและวิธีทายานั้น ให้ผลลัพธ์ที่ทำให้เซลล์ผิวค่อย ๆ หลุดออกจนทำให้สิวหลุดออกมา โดยสามารถเลือกใช้วิธีตามความถนัดได้ดังนี้
    • ผลัดเซลล์ผิวแบบใช้ยา  ส่วนมากจะเป็นยาที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ที่มี AHA หรือ BHA เป็นส่วนประกอบ มีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดอ่อน ๆ ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วค่อย ๆ หลุดออกมาและทำให้สิวข้าวสารค่อย ๆ หลุดออกมาด้วย
    • ผลัดเซลล์ผิวด้วยวิธีธรรมชาติ  สามารถใช้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเช่น มะขาม มะนาว นำมาคั้นน้ำแล้วทาบนใบหน้าประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก หรือใช้น้ำตาลทรายผสมกับน้ำผึ้งแล้วนำมาถูวนเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออกก็ได้ น้ำตาลจะทำหน้าที่สครับผิวส่วนน้ำผึ้งนั้นจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง

วิธีป้องกันการเกิดสิวข้าวสาร

แม้ว่าสาเหตุการเกิดสิวข้าวสารในปัจจุบันยังไม่แน่ชัด แต่ก็มีข้อสังเกตอยู่ตรงที่หากใครที่แต่งหน้าบ่อย ๆ มักจะพบปัญหานี้ จึงอนุมานได้ว่าอาจเกิดจากเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ โดยเราสามารถป้องกันการเกิดสิวข้าวสารได้ดังนี้

  • ใช้เครื่องสำอางที่ได้รับมาตรฐาน  ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีมาตรฐานการรับรองที่เป็นสากล หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางราคาประหยัดที่ไม่มีมาตรฐานรองรับ และควรทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองและอุดตันจนเกิดเป็นสิวตามมา
  • ทาครีมกันแดด ควรใช้ครีมกันแดดที่มีเนื้อบางเบาและไม่มีส่วนประกอบของน้ำหอมหรือหรือน้ำมัน เพื่อลดการเกิดสิวและการอุดตัน โดยแนะนำว่าควรเลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่ประกอบด้วยสาร Titanium dioxide หรือ Zinc oxide ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิว
  • ทำความสะอาดใบหน้า ควรเช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดเสมอหลังจากไปเผชิญมลภาวะมาทั้งวัน โดยสำหรับดวงตานั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่ดวงตาโดยเฉพาะ เพราะว่ารอบดวงตานั้นเรามักจะใช้เครื่องสำอางที่กันน้ำและล้างออกยาก และไม่ควรไปถูรอบดวงตาแรงเกินไป จึงควรใช้รีมูฟเวอร์ที่สามารล้างเครื่องสำอางให้หลุดออกอย่างง่ายดายแทน โดยให้ใช้นิ้วนางในการลูบดวงตา เพราะนิ้วนางนั้นมีแรงกดน้อยจึงสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยได้สิวข้าวสารน่ากลัวหรือไม่ และรักษาอย่างไร 3

สิวข้าวสารนั้นควรป้องกันการเกิดตั้งแต่เนิ่น ๆ มากกว่ามาคอยรักษาหลังจากที่เป็นไปแล้ว โดยปัจจัยสำคัญหลัก ๆ คือ ไม่ควรปล่อยให้เกิดการอุดตัน จึงควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มียี่ห้อที่เป็นที่รู้จักและเชื่อถือได้ มีมาตรฐานรับรองอย่างถูกต้อง เพื่อหลักเลี่ยงการอุดตันจากสารเคมีที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอางที่มักพบในเครื่องสำอางคุณภาพต่ำ