ผิวหน้าแห้งคือปัญหาระดับชาติของสาวที่รักการแต่งหน้า

เคยส่องกระจกแล้วพบว่าผิวหน้าแห้งลอกเป็นขลุยหรือไม่ จะแต่งหน้าก็ทำให้รองพื้นตกร่องแถมยังเห็นรอยขลุย ๆ ทำให้ผิวไม่เรียบเนียนสวยงาม ดูน่าหงุดหงิดใจไม่น้อย บางทีก็แห้งจนรู้สึกเจ็บและคันอีกต่างหาก ปัญหาเหล่านี้นั้นล้วนมีที่มากจากการที่ผิวหน้าแห้งขาดน้ำและไม่ได้รับการบำรุงอย่างถูกต้อง วันนี้เราจะมาแนะนำว่า ควรทำอย่างไรเพื่อจัดการปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้าแห้งให้กลับมามีความชุ่มชื้นอิ่มน้ำเหมือนเดิม ติดตามได้ในบทความนี้ได้เลย

ผิวหน้าแห้ง

 

สาเหตุของผิวหน้าแห้ง

ผิวหน้าแห้ง (Dry skin) นั้นเกิดจากการที่ผิวขาดความชุ่มชื้น เนื่องจากสูญเสียน้ำด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น อากาศหนาว หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศแห้ง ทำให้น้ำในร่างกายนั้นระเหยออกมามากขึ้น โดยปกตินั้นผิวหนังของเราจะมีการป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิวอยู่แล้ว โดยผิวชั้นนอกจะถูกเชื่อมต่อกันด้วยไขมันของผิว และทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวโดยธรรมชาติ และหากเกราะป้องกันผิวนี้เสื่อมลงก็จะเกิดภาวะผิวแห้งตามมา

ภาวะผิวหน้าแห้งสามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย โดยจากการศึกษาจะพบว่ายิ่งอายุเพิ่มขึ้นโอกาสที่จะเกิดปัญหาผิวหน้าแห้งก็มากขึ้นไปด้วย และการที่มีผิวแห้งนั้นก็อาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย การที่ผิวหน้าแห้งนั้นมีปัจจัยหลัก ๆ อยู่ 2 ประการคือ จากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก โดยจะกล่าวอย่างละเอียดดังนี้

ปัจจัยภายใน
บางคนที่มีผิวหน้าแห้งมาตั้งแต่เกิด เป็นโดยธรรมชาติไม่เกี่ยวกับสิ่งเร้าภายนอก ส่วนมากนั้นมีสาเหตุมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งคนที่มีผิวแห้งตั้งแต่เกิดนั้นจะสูญเสียความชุ่มชื้นที่ผิวได้รวดเร็วกว่าคนที่มีผิวปกติหรือผิวมัน โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นก็จะดูแก่เร็วกว่าคนในวัยเดียวกันนั่นเอง

ปัจจัยภายนอก
สภาพอากาศ หากเราอยู่ในที่ที่มีอากาศแห้ง ๆ เช่น ห้องแอร์ ประเทศเมืองหนาว หรือช่วงหน้าหนาว ผิวก็จะเกิดการระเหยของน้ำได้มากกว่าปกติ เพราะความแห้งของอากาศจะดูดความชื้นของผิวออกไป เพื่อไปทดแทนความชื้นของอากาศ
การขัดผิว แม้การขัดผิวจะเป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก แต่ในการขัดผิวทุกครั้งนั้นจะเกิดการเสียดสีที่รุนแรง ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านและหยาบกระด้าง
การอาบน้ำร้อน ความร้อนของน้ำจะทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวแห้งตึงไม่ชุ่มชื้น

 

วิธีสังเกตอาการเมื่อผิวหน้าแห้ง

เมื่อผิวหน้าแห้งเล็กน้อย จะมีความหยาบกระด้างเวลาสัมผัสจะรู้สึกสากผิวเล็กน้อย แต่ยังพอมีน้ำมันบนผิวหน้าบ้าง แต่ในกรณีที่ผิวหน้าแห้งมาก ๆ ลักษณะที่เด่นชัดคือผิวจะลอก เป็นขลุย หน้าจะแดงตามร่องจมูก หน้าผาก และแก้ม และจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่าแม้มองด้วยตาเปล่า อาจมีอาการแสบ คัน ร่วมด้วยในบางกรณี ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

 

วิธีรักษาปัญหาผิวหน้าแห้ง

กรณีที่ผิวแห้งไม่มาก
– ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นบ่อยเกินไป
– ควรทามอยเจอร์ไรเซอร์ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นเพื่อให้ผิวหน้ายังคงความชุ่มชื้นอยู่เสมอ
– ไม่ควรเช็ดหน้าแรง ๆ เพราะการเสียดสีจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
– เมื่อรู้สึกว่าผิวหน้ายังแห้งระหว่างวันสามารถทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวซ้ำได้

กรณีที่ผิวแห้งมาก
– ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ
– ไม่เช็ดหน้าแรง ไม่ถูหน้า ให้ใช้การซับแทน เพื่อลดการระคายเคือง
– หากมีอาการแสบ คัน หรืออักเสบของผิวหน้า สามารถใช้เวชสำอางที่ลดการระคายเคืองและลดแบคทีเรียช่วย
– ทาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษและมีส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิว
– ปรึกษาแพทย์ในกรณีที่มีอาการแสบคันต่อเนื่องหลายวัน เพื่อรักษาอย่างถูกต้องตรงจุด

 

วิธีป้องกันปัญหาผิวหน้าแห้ง

ผิวหน้าแห้งส่วนมากนั้นมีปัญหามาจากพฤติกรรมเป็นส่วนมาก ดังนั้นเราจึงแนะนำแนวทางการปฏิบัติตัวเพื่อลดการเกิดภาวะผิวหน้าแห้งได้ดังนี้

  • ไม่ควรเช็ดหน้าแรง ๆ เนื่องจากการเสียดสีจะทำให้ใบหน้าขาดความชุ่มชื้นและระคายเคืองได้ง่าย
  • ไม่ควรอาบน้ำอุ่นบ่อย ๆ หากจำเป็นที่จะต้องอาบน้ำอุ่นควรทามอยเจอร์ไรเซอร์ตามทุกครั้ง
  • ไม่ควรแช่น้ำเป็นเวลานาน เช่นการว่ายน้ำในสระว่ายน้ำ เพราะคอลรีนในน้ำอาจทำให้ผิวหน้าแห้งได้
  • ใช้โฟมล้างหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าได้ หลีกเลี่ยงโฟมล้างหน้าที่ช่วยลดความมัน
  • ลดการขัดผิวลงบ้าง ไม่ควรขัดหน้าหรือสครับหน้าบ่อยเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในอากาศแห้งหรือเย็นจัดเป็นเวลานาน เช่นห้องแอร์ หรือลานสเก็ตในห้างสรรพสินค้า
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดแรง ๆ ที่จะทำร้ายผิวให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและเหี่ยวย่นก่อนวัย รวมถึงทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ ต่าง ๆ
  • ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเติมน้ำสู่ผิวเพิ่มความชุ่มชื้น และมีส่วนผสมอ่อนโยนต่อผิว
  • มาสก์หน้าบ้างเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ทานวิตามินซี เนื่องจากวิตามินซีนั้นมีส่วนในกระบวนการสร้างคอลลาเจนให้ผิว ที่ทำให้ผิวสดใสแข็งแรง
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพราะสาเหตุหลักของการที่ผิวหน้าแห้งเกิดจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมงนั้น เพื่อให้ร่ายกายได้ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์
  • งดสูบบุหรี่ บุหรี่นั้นจะยิ่งทำให้ผิวแห้งกร้านมากกว่าเดิม โดยมีงานวิจัยว่าผู้ที่สูบบุหรี่นั้นจะมีผิวที่แก่ก่อนวัยเร็วกว่าผู้ที่ไม่ได้สูบ

ผิวแห้งแตกลาย

 

แนะนำผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีปัญหาผิวหน้าแห้ง

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากมายที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง เรามีหลักในการเลือกใช้มาแนะนำเล็กน้อยเพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

  • โทนเนอร์ ควรใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงที่จะใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นมากกว่าเดิม
  • อิมัลชัน อิมัลชันนั้นคล้ายกับมอยเจอร์ไรเซอร์แต่เข้มข้นกว่า และบางเบาไม่หนักหน้าจึงซึมลงผิวได้ไวกว่า ส่วนมากจะมาในรูปแบบของเนื้อน้ำเหลว ๆ จึงนิยมใช้ให้ความชุ่มชื้นแทนมอยเจอร์ไรเซอร์
  • เซรั่ม เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เป็นที่นิยมที่สุดในยุคนี้ เนื่องจากมีเนื้อบางเบาไม่หนักหน้า และมีความเข้มข้นมากกว่าครีมบำรุง ควรใช้เซรั่มที่ให้ความชุ่มชื้น ที่มีส่วนผสมของไฮยารูรอนิคช่วยให้ผิวกักเก็บน้ำไว้บนผิวได้นานขึ้น ทำให้ผิวอิ่มน้ำ และช่วยป้องกันริ้วรอย
  • แอมพูล ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกจะแปลกใหม่ไปสักหน่อย เนื่องจากเพิ่งเป็นที่รู้จักเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สาว ๆ หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ส่วนมากนั้นจะเป็นแบรนด์เกาหลี ให้เนื้อสัมผัสคล้ายกับเซรั่มแต่มีความเข้มข้นมากกว่า ใช้สำหรับช่วยฟื้นฟูผิวได้ดีในวันเร่งด่วน เมื่อใช้แอมพลูแล้วไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เป็นเนื้อครีมหรือเซรั่ม เนื่องจากตัวแอมพลูมีความเข้มข้นมากเพียงพออยู่แล้ว ให้เลือกใช้แบรนด์ที่มีส่วนผสมของไฮยารูรอนิคเช่นกัน
  • มากส์ก่อนนอน ส่วนมากจะรู้จักกันในชื่อ Sleeping mask เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวสูงมาก ใช้บำรุงสำหรับก่อนนอนตามชื่อเลย ตัวนี้จะให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวในวันที่เร่งด่วน เช่น ในวันที่นอนดึกแต่ต้องการให้ผิวมีความอิ่มน้ำ นุ่มฟู

 

จะเห็นได้ว่ามีตัวเลือกมากมายสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลและแก้ปัญหาผิวหน้าแห้ง สิ่งสำคัญที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเหล่านี้มีร่วมกันเลย คือการให้ความชุ่มชื้น ช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวไม่แห้งตึง และกักเก็บน้ำในผิวได้ดี แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะใช้ทุก ๆ อย่างพร้อมกันทั้งหมด ควรเลือกเอาตามความเหมาะสมกับสภาพผิวหน้าในขณะนั้น พิจารณาว่าผิวหน้าแห้งมากน้อยขนาดไหน นอกจากนั้นการรักษาความชุ่มชื้นนั้นยังส่งผลให้มีใบหน้าอ่อนเยาว์ ผิวใส และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยอีกด้วย