ปากแห้ง ดูแลอย่างไรให้ปากกลับมาชุ่มชื้น

ริมฝีปากแห้งปัญหาโลกแตกสำหรับเหล่าสาว ๆ ที่ชอบทาลิปสติกที่มีสีสันสดใส คุณจะรู้สึกขัดใจสุด ๆ กับการที่ทาลิปสติกแล้ว ริมฝีปากแห้ง แตก เป็นขลุย ดูไม่เฮลตี้แบบนี้ ซึ่งหลาย ๆ คนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าสาเหตุหลักของอาการเหล่านี้คือการขาดน้ำ แต่จริง ๆ แล้ว อาการปากแห้งนั้นมีหลากหลายสาเหตุกว่าที่คิด ปากแห้งบางรูปแบบนั้นสามารถบางบอกถึงอาการป่วยได้ ทำให้เราต้องเช็คตัวเองด่วนว่าที่เราเป็นอยู่ นั้นคือการขาดน้ำหรือว่ามีปัญหาสุขภาพกันแน่ แล้วจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร

บทความวันนี้เราจะมาไขข้อกังวลใจของสาว ๆ ว่าถ้าปากแห้งต้องทำอย่างไรถึงจะหาย ทำอย่างไรจะไม่กลับมาแห้ง แตก หลุดลอกเป็นขลุยอีก เตรียมกระดาษปากกา รอจดกันให้เรียบร้อยนะ

สาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากแห้ง

ริมฝีปากแห้งนั้นมีที่มาจากหลากหลายสาเหตุ โดยเราจะเล่าถึงปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดอาการปากแห้งไว้ดังนี้

  1. เลียริมฝีปากบ่อย  ติดนิสัยชอบเลียริมฝฝีปากเมื่อรู้สึกว่าปากแห้ง นอกจากจะไม่ช่วยให้ปากชุ่มชื้นขึ้นแล้ว เอนไซม์ในน้ำลายจะยิ่งทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้นไปอีก
  2. ดื่มน้ำน้อยไม่เพียงพอ  การที่ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเป็นเวลานาน ๆ ทำให้ริมฝีปากแห้งขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากสูญเสียน้ำที่จะมาเพิ่มความชุ่มชื้น
  3. การอยู่ในที่อากาศแห้งและเย็น  เช่นการอยู่ในห้องแอร์ หรือการอยู่ในประเทศที่อากาศหนาว เพราะอากาศเย็น ๆ นั้นจะดึงเอาความชุ่มชื้นจากผิวหนังออกไป สังเกตไหมว่าเวลาที่นั่นอยู่ในห้องแอร์นั้นจะไม่มีเหงื่อ นั้นเพราะแอร์นั้นจะทำงานโดยดึงความชื้นออกไป เพื่อทำให้อากาศแห้งและเย็นสบาย จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากแห้ง
  4. การทาลิปบลาล์มบางยี่ห้อ  ลิปบาล์มบางยี่ห้องนั้นผสมสารลดแรงตึงผิวมากเกินไป จนอาจทำให้ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้นได้ และต้องทาซ้ำบ่อย ๆ การแพ้สารเคมีบางอย่าง เช่นสารเคมีในลิปสติก ส่งผลให้ปากลอกเป็นขลุย แห้ง แตก ดูไม่สวยงามปากแห้ง ดูแลอย่างไรให้ปากกลับมาชุ่มชื้น 1

โรคที่ทำให้มีอาการปากแห้ง

ถ้านอกเหนือจากปัจจัยที่กล่าวมานั้นยังไม่ใช่พฤติกรรมของคุณ และริมฝีปากแห้งแตกนั้นยังไม่หายสักที ก็อาจเป็นได้ว่าการที่ริมฝีปากยังแห้งแตกอยู่นั้นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคบางอย่างที่คุณกำลังเป็นอยู่ โดยมีวิธีสังเกตอาการคร่าว ๆ ว่าการที่ปากแห้งนั้นสามารถบ่งบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง

ภาวะขาดน้ำ

เป็นภาวะที่ร่างกายของเราสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป จนทำให้มีน้ำไปหล่อเลี้ยงร่างกายส่วนต่าง ๆ ไม่พอ ทำให้ร่างกายทำงานได้ผิดปกติ โดยมักจะพบได้มากในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี และในผู้สูงอายุ ซึ่งภาวะขาดน้ำนั้นมักเกิดจากอาการท้องเสียอย่างรุนแรง หรือการออกกำลังโดยไม่พักจิบน้ำ การทำงานกลางแจ้งที่ทำให้สูญเสียน้ำในร่างกายอย่างรวดเร็ว

การสังเกตอาการ คือจะรู้สึกกระหายน้ำมาก ๆ ริมฝีปากแห้งแตก ในช่องปากรู้สึกแห้งไม่ชุ่มชื้น เหนื่อยง่าย ผิวพรรณแห้งดูไม่มีน้ำมีนวล ปัสสาวะน้อย ปวดหัว รู้สึกวิงเวียน

การดื่มน้ำในปริมาณที่แนะนำต่อวันคือ การใช้น้ำหนักตัวของคุณคูณด้วย 33 เช่นน้ำหนัก 50 กิโลกรัม x 33 = 1,650cc หรือประมาณ 1.6 ลิตร นั่นเอง โดยไม่ควรดื่มน้ำรวดเดียวในปริมาณมาก ๆ ให้ทยอยดื่ม หรือจิบให้ครบตามปริมาณที่ร่างกายต้องการปากแห้ง ดูแลอย่างไรให้ปากกลับมาชุ่มชื้น 2

โรคภูมิแพ้  

บางคนนั้นมีอาการปากแห้ง ลอกเป็นขลุบ แตกลอกเป็นแล้วไม่ยอมหาย จริง ๆ แล้วคุณอาจมีอาการแพ้แต่ไม่รู้ตัว เพราะไม่ทันได้สังเกต อาการแพ้ที่สามารถเกิดขึ้นได้ คือ แพ้ลิปสติกหรือผลิตภัณฑ์ทาปากอื่น ๆ แพ้ยาสีฟัน แพ้น้ำยาบ้วนปาก เพราะอาการแพ้เหล่านี้มักไม่รุนแรง ไม่แสบ ไม่คัน จึงทำให้เข้าใจผิดไปว่าอาจเกิดจากภาวะขาดน้ำได้

โรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบานั้นจะมีอาการปัสสาวะบ่อย และต่อมน้ำลายจะผลิตน้ำลายมาในปริมาณที่มากกว่าปกติ ส่งผลให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น เป็นสาเหตุให้ริมฝีปากแห้งบ่อย ๆ

ภาวะปากแห้งเหตุเพราะน้ำลายน้อย

ภาวะปากแห้งเหตุเพราะน้ำลายน้อย หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Xerostomia เป็นความผิดปกติของต่อมน้ำลายที่ทำงานผิดปกติทำให้ผลิตน้ำลายได้น้อย เช่นการสูญเสียน้ำ

พบได้ในผู้ที่ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีรักษามะเร็งบริเวณใบหน้า ที่มักจะส่งผลให้ต่อมน้ำลายไม่สามารถทำหน้าที่ได้ปกติ และนอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในผู้ป่วยสูงอายุ และผู้ที่สูบบุหรี่ได้อีกด้วย

โรคโจเกรน (Sjogren’s disease หรือ Sjogren’s syndrome)

โรคโจเกรน เป็นชื่อที่ตั้งตามชื่อของจักษุแพทย์ชาวสวีเดน หรือถ้าจะเรียกเป็นภาษาไทยน่าจะเรียกว่า “โรคปากแห้ง ตาแห้ง” เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง หรือโรคภูมิแพ้ตัวเองชนิดหนึ่ง จะมีการอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากการที่ระบบคุ้มกันทำงานผิดปกติ

ผู้ป่วยโรคโจเกรนมักจะเกิดการอักเสบที่ต่อมน้ำลาย และต่อมน้ำตาโดยในระยะแรกจะมีเม็ดโลหิตขาวเข้าไปอยู่ในต่อมน้ำลายหรือต่อมน้ำตา จนต่อมเหล่านี้มีขนาดโตขึ้น

การใช้สารเสพติด

อาการปากแห้งจะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น หากสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการใช้ยาเสพติด ซึ่งอาจทำให้ปากแห้งอย่างรุนแรงและสร้างความเสียหายแก่ฟัน เช่น ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน และกัญชา

วิธีแก้ปากแห้งให้หายขาด

การรักษาอาการริมฝีปากแห้งชนิดที่ไม่ได้เกิดจากโรคนั้นง่ายมาก เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างก็สามารถหายขาดจากอาการปากแห้งได้แล้ว เพราะเป็นการแก้ที่ต้นเหตุเลย โดยมีวิธีการดังนี้

  •  ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะร่างกายคนเรานั้นไม่สามารถอยู่ได้หากขาดน้ำเกิน 3 วัน นั่นเพราะน้ำนั้นจำเป็นกับร่างกายมากกว่าอาหารเสียอีก โดยการดื่มน้ำที่เพียงพอนั้นคือประมาณ 8 แก้วต่อวัน
  • เลิกเลียปาก การเลียปากบ่อย ๆ นั้นทำให้ริมฝีปากขาดความชุ่มชื่น ดังนั้นเมื่อรู้สึกว่าริมฝีปากแห้งให้ดื่มน้ำ หรือทาลิปบาล์มแทน
  •  หลีกเลี่ยงยาสีฟันที่มีฟองเยอะ ๆ หรือน้ำยาบ้วนปากที่แสบปากมากเกินไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ดหรือเค็มจัด อาหารประเภทนี้นั้นจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว
  • พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนนั้นจำเป็นมาก เพราะในวันที่เรานอนน้อยนั้นร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองไม่สมบูรณ์พอ ร่างกายจะรู้สึกไม่สดชื่น
  • ไม่แกะหรือลอกริมฝีปาก การแกะและลอกปากนั้นเป็นพฤติกรรมที่ทำร้ายปากอย่างรุนแรง บางคนถึงขนาดลอกจนเลือดออกก็มี ควรใช้วิธีสครับปากและทานน้ำมาก ๆ แทน
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีฤทธิ์ขับน้ำออกจากร่างกาย
  • งดการสูบบุหรี่ กาแฟ หรือสารเสพติด
  •  เมื่ออยู่ในห้องแอร์หรือที่ ๆ อากาศหนาวให้ดื่มน้ำมาก ๆ และทาลิปบาล์มป้องกันการแห้งแตก
  • สครับปากด้วยน้ำตาลทรายแดงผสมน้ำผึ้ง เป็นสูตรยอดฮิตที่ทำให้ริมฝีปากชุ่มชื้น เพียงผสมส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำไปขัดวนเบา ๆ ที่บริเวณริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เป็นการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกสำหรับริมฝีปากที่แห้งเป็นขลุย แนะนำว่าไม่ควรทำเกินอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และควรทาลิปที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากร่วมด้วย ซึ่งหากไม่ชอบสูตรธรรมชาติในการสครับปาก สามารถใช้ผลิตภัณฑ์สครับปากแทนได้ เดี๋ยวนี้นั้นมีลิปสครัปปากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ เพียงแค่คุณทาลงไปสักพักริมฝีปากส่วนที่เป็นขลุย ก็จะค่อย ๆ หลุดลอกออกมาเอง แถมตัวลิปยังมีกลิ่นหอม พกพาง่าย ใช้ก็ง่ายด้วยปากแห้ง ดูแลอย่างไรให้ปากกลับมาชุ่มชื้น 3
  • ในกรณีที่ปากแห้งมาก ๆ ควรเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำ ในกรณีที่อาจเป็นโรคอื่น ๆ

 

อย่างไรก็ตามเพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเล็กน้อยเท่านั้น ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ทำให้ริมฝีปากให้สวยอวบอิ่ม อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทาลิปแบบไหนสีอะไรก็จะดูสวยไปหมด ดูเรียบเนียนเสมอกัน เนื่องจากริมปากมีสุขภาพที่