คอลลาเจนคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร หาจากไหนได้บ้างไร?

Collagen

 

เคยสังเกตไหมว่าเหตุใดคนที่อายุเท่ากันจึงมีผิวที่อ่อนนุ่ม หรือมีความเต่งตึงของผิวต่างกัน หรือบางคนที่มีอายุมากแล้วแต่ผิวพรรณยังไม่เหี่ยวย่น แลดูอ่อนเยาว์มากกว่าคนอื่น สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นเกิดจากตัวการสำคัญที่เรียกว่า “คอลลาเจน” นั่นเอง ในร่างกายของคนเรานั้น ผลิตคอลลาเจนอยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงยืดหยุ่นให้กับส่วนต่าง ๆ ในวัยหนุ่มสาวนั้นอาจจะไม่ได้ตระหนักถึงคอลลาเจนมากนัก แต่คอลลาเจนนั้นคืออะไร จำเป็นต่อร่างกายอย่างไร เราจะมาหาคำตอบกัน

 

คอลลาเจนคืออะไร?

คอลลาเจน คือเส้นใยโปรตีนที่พบมากที่สุดในร่างกาย จัดอยู่ในสารกลุ่ม Polypeptide ที่เกิดจากการผสมของกรดอะมิโน หลากหลายชนิดต่อกัน สามารถพบได้ตามเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอย่างกระดูกอ่อน และผิวหนัง คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบในหลายส่วนสำคัญของร่างกาย เช่น ผิวหนัง เส้นเอ็น เส้นผม กระดูก และเล็บ คอยทำหน้าที่เพิ่มความยืดหยุ่นและแข็งแรงให้กับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ปกติแล้วนั้นร่างกายคนเราสามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นเองได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้นคอลลาเจนก็จะถูกผลิตน้อยลง ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น ผิวพรรณไม่กระชับเต่งตึง ย่อนคล้อย และเกิดริ้วรอย ซึ่งในช่วงอายุ 20 ต้น ๆ ผิวหนังของเรานั้นจะมีคอลลาเจนอยู่ถึง 70% และจะค่อย ๆ น้อยลงปีละ 1%-1.5%

 

การทานคอลลาเจนมีประโยชน์จริงหรือ

ปัจจุบันมีอาหารเสริมหลายยี่ห้อที่ทำผงคอลลาเจนออกมาขาย แล้วการทานคอลลาเจนนั้นให้ผลอย่างไร? แม้จะมีการโฆษณาว่ามีคอลลาเจนถึง 5,000 มิลลิกรัม หรือ 10,000 มิลลิกรัม แต่ในความจริงแล้วร่างกายของเรานั้นไม่สามารถดูดซึมได้ทั้งหมดของปริมาณดังกล่าว เพราะร่างกายจะต้องย่อยคอลลาเจนให้แตกออกเป็นกรดอะมิโนก่อน จึงจะนำมาใช้งานได้สำหรับการทานคอลลาเจนเพื่อหวังผลให้กระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก ผิวหนัง หรือเส้นผมนั้น ปัจจุุบันงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังมีไม่เพียงพอที่จะตอบคำถามว่า สามารถช่วยในเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ แต่มีงานวิจัยหนึ่งพบว่าคอลลาเจนนั้นมีประโยชน์ต่อกระดูกและข้อต่อ และอีกหนึ่งงานวิจัยกล่าวว่าเมื่อทานคอลลาเจนอย่างเพียงพอติดต่อกัน 8 สัปดาห์ ผู้ทดลองมีริ้วรอยลดลงถึง 20%

อย่างไรก็ตาม การทานคอลลาเจนเพื่อหวังผลด้านความสวยความงามนั้น อาจจะไม่มีประโยชน์ในผู้ที่ทานอาหารได้ครบหมู่และสมดุลอยู่แล้ว ส่วนการทานคอลลาเจนเพื่อบำรุงเส้นผมนั้นมีงานวิจัยกล่าวว่า เมื่ออายุมากขึ้นการสร้างคอลลาเจนในเส้นผมก็จะลดลง การทานคอลลาเจนจะช่วยเพิ่มการสร้างโปรตีน และช่วยให้ผมหลุดร่วงได้น้อยลง กระตุ้นการเกิดผม ช่วยลดผมขาวและผมแห้งเสีย ได้ด้วย

 

อาหารช่วยสร้างคอลลาเจน

  1. ปลาทะเล : ปลานั้นเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด มีคอลลาเจนสูง มีโมเลกุลขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับคอลลาเจนจากเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ๆ และในปลานั้นมีคอลลาเจนเกือบทุกส่วน โดยส่วนที่พบคอลลาเจนมากที่สุดคือส่วนของหนังปลา รองลงมาคือกระดูกหรือก้าง รวมถึงในหอยหรือแมงกะพรุนนั้นก็มีคอลลาเจนที่มีคุณภาพดีพอ ๆ กัน
  1. อะโวคาโด : ในอะโวคาโดนั้นนอกจากมีไฟเบอร์สูงแล้ว ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย ที่สำคัญในอะโวคาโดนั้นมีคอลลาเจนสูง ช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย และมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงถึง 70% ที่จะช่วยสร้างโปรตีนที่คอลลาเจนต้องการ
  1. วิตามินซี : วิตามินซีนั้นจะเสริมสร้างให้เกิดพันธะระหว่างกรดอะมิโนต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดเป็นการสร้างเป็นคอลลาเจนขึ้นมา ดังนั้นการทานวิตามินซีพร้อมกับการทานคอลลาเจนนั้นจึงให้ได้ผลที่ดียิงขึ้น
  1. มะละกอ : ในมะละกอนั้นมีวิตามินเอสูง ช่วยในเรื่องบำรุงผิวพรรณ ลดความหยาบกระด้างของผิว นอกจากนั้นในมะละกอยังมีวิตามินซี ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการผลิตคอลลาเจนแก่ผิว และเอนไซม์ในมะละกอยังช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จึงทำให้ผิวพรรณสดใสยิ่งขึ้นอีกด้วย
  1. ไข่ : ไข่นั้นมีสารพัดประโยชน์ทั้งมีโปรตีนสูง มีวิตามิน รวมถึงมีกรดอะมิโนจำเป็นต่าง ๆ ที่จะช่วยสร้างคอลลาเจน และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
  1. ผักใบเขียว : ผักใบเขียวนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่งผลให้มีผิวพรรณที่ดี ช่วยชะลอริ้วรอยแห่งวัย อีกทั้งในผักใบเขียวยังมีไฟเบอร์และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย ขึ้นชื่อว่าผักใบเขียวแล้วละก็ ไม่ว่าจะเป็นผักอะไรก็ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น เราจึงควรทานผักให้เพียงพอต่อปริมาณที่ร่างกายต้องการ
  1. ถั่ว : ในถั่วนั้นอุดมไปด้วยกรดไฮยาลูรอนิคและสังกะสี ซึ่งมีประโยชน์ในการกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ช่วยสร้างเซลล์ในชั้นผิว ช่วยให้ผิวเต่งตึง ช่วยป้องกันริ้วรอย รวมถึงช่วยลดสิวได้ด้วย

อาหารที่มีคอลลาเจน

ชนิดของคอลลาเจน

ประเภทของคอลลาเจนนั้นแบ่งออกได้ถึง 16 ประเภท แต่ในร่างกายมนุษย์นั้นพบคอลลาเจนอยู่ 5 ประเภท คือประเภทที่ 1, 2, 3, 5 และ 10 โดยมีความแตกต่างกันดังนี้

คอลลาเจนประเภทที่ 1

เป็นชนิดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และยังเป็นประเภทที่มีผลกระทบกับร่างกายมากที่สุดอีกด้วย คอลลาเจนประเภทนี้จะช่วยสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น กระดูก เส้นเอ็น อวัยวะ และผิวหนังชั้นหนังแท้ สามารถพบได้มากในทางเดินอาหาร ในเวลาที่ร่างกายมีบาดแผล คอลลาเจนชนิดนี้จะช่วยรักษาบาดแผล และคอลลาเจนชนิดนี้ ยังทำหน้าที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวหนังรวมถึงป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้ฉีกขาดอีกด้วย

คอลลาเจนประเภทที่ 2

คอลลาเจนประเภทนี้จะพบได้ในกระดูกอ่อน ตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ และตามข้อต่อ ช่วยป้องกันโรคไขข้อต่าง ๆ และช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บเมื่อข้อต่อกระทบกัน

คอลลาเจนประเภทที่ 3

คอลลาเจนประเภทนี้เกิดจากเส้นใยร่างแห ซึ่งสร้างอวัยวะและผิวหนัง โดยมากจะพบในบริเวณที่มีคอลลาเจนประเภทที่ 1 คอลลาเจนชนิดนี้จะช่วยสร้างความยืดหยุ่น และความตึงกระชับให้กับผิว อีกทั้งยังช่วยสร้างเส้นเลือดและเนื้อเยื่อภายในหัวใจ ดังนั้น คอลลาเจนประเภทที่ 3 นั้นจึงมีความเกี่ยวพันกับภาวะเส้นเลือดแตก และการเสียชีวิตในขณะที่อายุยังน้อย ซึ่งอ้างอิงจากการวิจัยในสัตว์

คอลลาเจนประเภทที่ 5

คอลลาเจนประเภทนี้มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างเซลล์ การสร้างเส้นผม เส้นขน รวมถึงพบว่าเกี่ยวข้องกับการสร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในรก ระหว่างที่มารดาตั้งครรภ์

คอลลาเจนประเภทที่ 10

เป็นคอลลาเจนที่ช่วยในการสร้างกระดูกและกระดูกข้อต่อ ซึ่งเกี่ยวพันกับการสร้างกระดูกเอนโดคอนดรอล หรือแท่งกระดูกอ่อนในระยะตัวอ่อน ที่จะพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คอลลาเจนประเภทที่ 10 นี้ จำเป็นอย่างยิ่งในการรักษากระดูกแตก และช่วยซ่อมแซมข้อต่อที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย

 

ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

  1. มีอายุมากขึ้น เพราะคอลลาเจนนั้นจะผลิตได้น้อยลงเมื่อเราเริ่มมีอายุมากขึ้น
  2. รังสี UV การโดนแดดแรง ๆ นั้น จะทำลายคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนัง ส่งผลให้ผิวแก่เร็วและเกิดริ้วรอยได้ง่าย
  3. ความเครียด ความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง
  4. พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายซ่อมแซมหรือสร้างคอลลาเจนมาทดแทนได้ไม่เพียงพอ
  5. สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่จะทำให้อัตราการสร้างคอลลาเจนน้อยลงมากกว่าปกติ โดยมีผลการวิจัยชี้ว่าผู้ที่สูบบุหรี่นั้นมีอัตราการสร้างคอลลาเจนน้อยกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 5 เท่า
  6. รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ การทานสารอาหารที่ครบหมู่นั้น มีความจำเป็นต่อการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวอย่างมาก เมื่อได้รับสารอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งน้อยเกินไป ก็จะทำให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนนั้นมีประสิทธิภาพน้อยลง

Collagen Protein

 

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการทานคอลลาเจน

  1. ตามคำแนะนำขององค์การอาหารและยา กล่าวว่าผู้ที่ต้องการทานคอลลาเจนเสริม สามารทานได้ในปริมาณ 5,000-7,000 มิลลิกรัมต่อวัน และไม่ควรเกิน 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  2. ควรทานคอลลาเจนตอนที่ท้องว่าง และดื่มน้ำตามมาก ๆ
  3. ควรทานคอลลาเจนคู่กับการทานวิตามีซี ที่จะยิ่งส่งเสริมให้การสร้างคอลลาเจนนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม การดูแลตัวเองนั้นย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพของเราอย่างแน่นอน ซึ่งการทานคอลลาเจนอย่างเพียงพอไม่มากไม่น้อยเกินไป นอกจากจะส่งผลเรื่องความอ่อนวัยแล้ว สำคัญมาก ๆ คือช่วยบำรุงระดูกและข้อ ให้มีความแข็งแรงอยู่กับเราไปนาน ๆ เมื่อเราอายุมากขึ้นจะได้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไขข้อเสื่อมหรือโรคกระดูกต่าง ๆ นั่นเอง

ขอบคุณบทความดีๆ จาก  https://thecloverbeautyclinic.com/