การดูแล รักษา และป้องกันกระแดด

ฝ้าแดด

 

กระแดด คือ โรคผิวหนังชนิดหนึ่งสามารถพบได้จากคนทั่วไปที่โดนแดดมาเป็นเวลานาน มักพบในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีอาการแพ้แดด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนบนร่างกายไม่ว่าจะเป็น ใบหน้า คอ แขน ขา จะมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเข้มปนอ่อนที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของผิวหนังชั้นนอกที่ปะทะกับแดด ทำให้ผิวหนังสวย ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายมาเป็นกระแดด

 

สาเหตุของกระแดด

สาเหตุหลักของกระแดด คือการโดนรังสีพลังงานความร้อนจากแสงแดดหรือแสงจากหลอดไฟ LED อย่างสม่ำเสมอ สะสมเป็นเวลานาน ทำให้เซลล์ผิวหนังได้รับการเปลี่ยนแปลง โดยจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีบนผิวหนังที่มีเม็ดสีที่เข้มขึ้น และมักเกิดเป็นจุด ๆ ตามผิวหนังที่โดนแดดซึ่งจะพบมากในกลุ่มคนต่อไปนี่

  1. กลุ่มคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มวัยทำงานที่ต้องโดนแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  2. กลุ่มคนผิวขาวเหลืองหรือขาวซีด
  3. กลุ่มคนที่มีผมสีบลอนด์แดงหรือแดงดำที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการย้อมผม
  4. กลุ่มคนที่เคยโดนแดดเผา เกิดรอยไหม้ตามผิวหนัง
  5. กลุ่มคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันหรือภูมิคุ้มกันผิดปกติ

 

ลักษณะของกระแดด

ผู้ที่เป็นโรคกระแดดส่วนใหญ่มักมีรอยเผาของแดดตามสัดส่วนบนร่างกายที่โดนแดดไม่ว่าจะเป็น ใบหน้า คอ แขน ขา ซึ่งจะมีสีที่เข้มกว่าส่วนอื่นบนผิวหนังสามารถเปลี่ยนสีจากเดิมได้ทั้ง สีน้ำตาลอ่อนปนเข้ม สีแดง สีดำ รวมถึงสีชมพูเข้มปนอ่อน และอาจเกิดอาการคันบนผิวหนังที่แห้งแตก หรือถูกเสียดสีจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ทำให้รู้สึกถึงความผิดปกติของผิวหนัง

 

การดูแลรักษากระแดด

วิธีการดูแลรักษาโรคกระแดดขึ้นอยู่กับปริมาณ ขนาด และลักษณะของสีผิวที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงบริเวณที่เป็น โดยมีแนวทางการรักษาที่มากมายทั้งการรักษาโดยแพทย์ผิวหนัง การรักษาโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้จริง และการรักษาโดยธรรมชาติ ซึ่งการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดและสามารถหายขาดได้ คือการรักษาตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าเป็นโรคกระแดด รักษาเสียแต่เนิ่น ๆ

 

การรักษากระแดดโดยแพทย์ผิวหนัง

  1. ยาทาเฉพาะจุด โดยแพทย์จะใช้ยาจำพวก อิมิควิโมด เอนจีนอลเมบูเทด ฟลูออโรยูราซิล และไดโคลฟีแนค ที่ออกฤทธิ์ให้ผิวหนังลอกเป็นสะเก็ด ซึ่งผู้ป่วยจะบางคนอาจจะรู้สึกแสบร้อนบนผิวหนัง
  2. ฉายแสง การใช้แสงรังสีความร้อนสูงเข้าทำลายกระแดดอย่างเจาะจง และเน้นบริเวณที่ต้องการรักษาเพื่อทำลายผิวหนังที่ผิดปกติ
  3. เลเซอร์ ใช้ความร้อนจากแสงเลเซอร์เข้าทำลายเซลล์ผิวหนังทีละชั้นออก เหลือแต่เซลล์ผิวชั้นในเพื่อให้ผิวหนังชั้นในได้ทำงานปรับสภาพผิวและสร้างผิวหนังชั้นนอกขึ้นใหม่
  4. จี้ไฟฟ้าเฉพาะจุด ลดเลือนรอยกระแดดจากการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าตามจุดต่าง ๆ ที่มีปัญหา
  5. จี้เย็น เป็นการรักษารอยแดงเบื้องต้นที่จะไม่ทำลายชั้นผิวหนังด้านใน
  6. ตัดก้อนเนื้อ การรักษาที่ต้องใช้ผู้ชำนาญเฉพาะทางในการรักษา และตัดชิ้นเนื้อส่วนที่เป็นกระแดดออก รวมถึงการนำชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ว่ามีโรคผิวหนังแทรกซ้อนหรือไม่

 

การรักษากระแดดโดยใช้ผลิตภัณฑ์

  1. ครีมทาฝ้า RB Aqua Whitening Cream ที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติช่วยป้องกันรังสียูวี กระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนและฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียให้กลับมาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายใน 7 วัน
  2. เซรั่มทาฝ้า Julia’s Herb Longan Melasma Serum มีส่วนผสมมาจากผลไม้หลายชนิดที่ช่วยให้ผลัดเซลล์ผิว ผิวกระจ่างใสมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวอ่อนโยนแพ้ง่าย
  3. เซรั่มแก้ฝ้า Smooth E Baby Face Serum ที่มีส่วนผสมของใบแบร์เบอรี่และอัลฟ่าอาร์บูติน ช่วยลดการอักเสบของผิวหนังที่เกิดการแพ้แดดและต้านอนุมูลอิสระทำให้ฝ้าค่อย ๆ จางลงตามลำดับความเข้มของเม็ดสี
  4. ครีมทาฝ้ายันฮี Yanhee Mela Cream มีส่วนผสมของชะเอมเทศและทรานเนซามิคแอซิด ที่ช่วยในการลดเลือนกระแดด จุดด่างดำที่เกิดขึ้นจากการโดนแดด และช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกให้ดูขาวขึ้น
  5. ครีมทาฝ้า Vin 21 Anti-Melasma Cream มีส่วนผสมของทรานเนซามิคแอซิดและอาร์บูติน ที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้นและลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากแดด
  6. ครีมทาฝ้าเฉพาะจุด Eucerin Ultrawhite + Spotless Spot Corrector มีส่วนผสมของสารไทอามิดอลที่ช่วยต่อต้านริ้วรอยเฉพาะจุดที่มีล่องลึกและหายได้ยาก และช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสเพิ่มขึ้น
  7. ผลิตภัณฑ์ครีมทาฝ้า Dora+Ultimate Whitening มีส่วนผสมของสารสกัดเบต้ากลูแคน ที่ช่วยในการลดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มากเกินความจำเป็นของผิว และลดการสะสมเม็ดสีที่ไม่จำเป็นต่อผิวหนัง ซึ่งทำให้ผิวมีการป้องกันที่ดีขึ้น ไม่ไวต่อแดด
  8. ครีมลดเลือนฝ้า Concept Anti Melasma Cream มีส่วนผสมของมัลติไวท์เทนนิ่งและอัลฟ่าอาร์บูตินที่เข้มข้น ช่วยในการลดเลือนฝ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผิว แถมยังช่วยให้ผมขาวกระจ่างใสเนียนนุ่มขึ้น
  9. ครีมลดฝ้า Vitara – TX PPE Cream มีส่วนผสมของสาหร่ายทะเล ช่วยเข้าฟื้นฟูผิวหนังที่เสียแล้วให้กลับคืนสภาพใหม่และช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นจากการโดนแดด
  10. ครีมทาฝ้า Giffarine ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากผลไม้นานชนิดและกรด AHA ช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นรู้สึกเหมือนผิวหนังได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

กระแดด

 

การรักษากระแดดโดยธรรมชาติ

  1. นมเปรี้ยว เนื่องจากนมเปรี้ยวมีกรดแลคติกที่ช่วยให้แบคทีเรียในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังสามารถช่วยรักษากระแดดได้อีกด้วย เพียงนำมาแต้มบริเวณที่เป็นกระทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้กระจางหายลงไป
  2. น้ำมะนาว อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำมะนาวมีสารกัดกร่อน เมื่อนำมาทาทิ้งไว้ที่ผิวหนังน้ำมะนาวจะค่อย ๆ ทำลายเซลล์ผิวหนังชั้นนอกออก หากนำไปทาบริเวณที่เป็นกระแดดก็จะช่วยทำลายกระแดดได้
  3. กระเทียม โดยการหั่นกระเทียมเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปพอกที่ผิวหนังบริเวณที่เป็นกระทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะสามารถช่วยลดกระแดดให้จางลงได้
  4. ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง และช่วยให้ความชุ่มชื่นกับผิว ซึ่งจะช่วยให้ผิวหนังบริเวณที่เป็นกระลดลงได้ เพียงนำไปทาบริเวณที่เป็นกระทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
  5. แตงกวา เพียงหั่นและนำไปพอกบริเวณที่เป็นกระทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แค่นี้ก็สามารถช่วยให้กระมีสีเจือจางลงได้
  6. น้ำมะขาวเปียก+น้ำผึ้ง เพียงนำมาผสมให้เข้ากันจากนั้นทาบริเวณที่เป็นกระแดดทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออก เซลล์ผิวจะได้รับความชุ่มชื้นของน้ำผึ้ง และได้ผลัดเซลล์ผิวใหม่จากน้ำมะขามเปียกซึ่งเป็นผลดีทำให้กระแดดจางหายและหมดไปในที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม หลังทำการรักษาในแบบที่ตัวเองชอบและกระแดดดูจางลง ผิวกลับมาเปล่งปลั่ง ขาวเนียนอีกครั้งแล้ว ก็ต้องรู้จักวิธีการป้องกันไม่ให้กระแดดกลับมาเป็นอีก เพราะการรักษาอย่างเดียวไม่สามารถทำให้กระแดดหายขาดได้ ต้องปฏิบัติควบคู่ไปกับวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้กระแดดกลับมาเป็นอีก

 

การป้องกันกระแดด

วิธีป้องกันไม่ให้กระแดดกลับมาเป็นอีก คือหลีกเลี่ยงการโดนแดดอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นกระแดดที่สูงมากและทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ อาจจะร้ายแรงไปถึงการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ดังนั้นเรามาเรียนรู้วิธีป้องกันไม่ให้กระแดดกลับมาเป็นอีกกันดีกว่า

  1. ทาครีมกันแดด เมื่อต้องพบเจอกับแดดในทุกวันแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องดูแลป้องกันด้วยครีมกันแดด ที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไปเพื่อป้องกันแดดอย่างมีประสิทธิภาพ
  2. สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด ควรเลือกใช้เสื้อผ้าที่สามารถปกปิดร่างกายได้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังโดนแดดโดยตรงและลดความเสี่ยงต่อการเป็นกระแดด
  3. สังเกตความผิดปกติของผิวหนัง หากเริ่มรู้สึกแสบคันบริเวณผิวหนังอย่างรุนแรงให้รีบพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจสภาพผิวหนัง หากมีความผิดปกติจริงก็จะสามารถรักษาได้อย่างรวดเร็วไม่ก่อให้เกิดกระแดดได้