กดสิวด้วยตัวเองมีขั้นตอนอย่างไร?

สิว

สิวจุดเล็ก ๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่บนใบหน้า เป็นสิวทีไรก็อยากจะรีบทำให้หมดไปจากหน้าเร็ว ๆ โดยวิธีที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้นั้น ก็คือการบีบสิว หรือการกดสิว บางคนเวลาเป็นสิวจะไปกดสิวที่คลินิก ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้นรู้ว่าสิวแบบไหนควรจัดการอย่างไร แต่ถ้าหากคุณไม่มีเวลาที่จะไปคลินิก ก็สามารถกดสิวด้วยตัวเองได้ โดยต้องเรียนรู้วิธีกดที่ถูกต้อง และการดูประเภทสิวด้วย นอกจากนั้น ก็ต้องรักษาความสะอาดให้ดี

 

การกดสิวด้วยตัวเองและการกดด้วยแพทย์ต่างกันอย่างไร

การบีบสิว หรือ การกดสิว เป็นการกำจัดสิวที่เห็นผลทันที แต่ก็มีทั้งผลดีและผลเสีย ถ้าบีบหรือกดด้วยวิธีที่ถูกต้องก็แทบจะไม่เหลือรอยทิ้งไว้ แต่ถ้าบีบหรือกดผิดวิธีก็อาจทิ้งรอยแผลเป็น รอยดำ หลุมสิว และในกรณีที่รุนแรงหน่อยนอกจากสิวจะไม่หมดไป จะยิ่งเพิ่มปริมาณสิวขึ้นด้วย บทความนี้เราจะช่วยให้คุณบีบสิวได้อย่างถูกวิธี และตอบข้อสงสัยที่ว่ากดสิวกับหมอต่างจากกดสิวเองยังไง ซึ่งโดยปกติการกดสิวเองหรือกดกับแพทย์นั้นจะไม่ต่างกันมากนัก ถ้าเป็นสิวธรรมดาอย่างสิวหัวขาวหรือสิวหัวดำที่มีหัวเปิด แต่ในกรณีที่เป็นสิวชนิดอื่น อาจจะมีการฉีดยาเข้าไปฆ่าเชื้อสิวโดยตรง ซึ่งส่วนนี้เราไม่สามารถทำเองได้ นอกจากนี้การกดสิวกับแพทย์นั้นจะมีอุปกรณ์ที่สะอาดและครบครันกว่า ส่วนข้อดีของการกดสิวเองคือ หากเราทำเป็นก็จะสามารถประหยัดเงินและเวลาไปได้เยอะเลยทีเดียว

 

แยกชนิดของสิวก่อนเริ่มต้นกดหรือบีบสิว

  • คุณต้องทำความรู้จักกับสิวแต่ละชนิดก่อน เพราะไม่ใช่ว่าสิวทุกประเภทสามารถบีบออกได้หมด บางประเภทยิ่งบีบยิ่งลาม โดยเราจะจำแนกสิวประเภทต่าง ๆ ได้ดังนี้
  • สิวชนิดที่กดแล้วเห็นผล คือสิวหัวดำและสิวหัวขาวที่มีหัวเปิด
  • สิวชนิดที่กดได้แต่ก็ไม่ค่อยเห็นผล คือสิวอักเสบหัวแดง เพราะส่วนมากจะกดหัวไม่ออก และภายหลังก็จะอักเสบเพิ่มขึ้นอีก
  • สิวชนิดที่กดแล้วไม่เห็นผล คือสิวหัวช้างต้องใช้การฉีดยาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

วิธีกดสิวที่ผิด

ใช้เล็บบีบ

วิธีกดสิวที่คนทั่วไปใช้คือการนำเล็บไปวางไว้ที่ข้าง ๆ หัวสิว แล้วออกแรงบีบเล็บเข้าหาหัวสิว วิธีนี้จะทำให้หน้าช้ำ และมีรอยดำเป็นบริเวณกว้าง หรือหากกดรุนแรงก็อาจกลายเป็นหลุมสิว และรอยแผลเป็นได้ ซ้ำร้ายการกดแบบนี้ทำให้สิวออกมาไม่หมดจนเกิดติดเชื้อและอักเสบซ้ำอีกรอบ

ใช้เล็บแกะหรือดึงหัวสิว

วิธีนี้เพียงแต่ทำให้หัวสิวด้านบนหลุดออกมาบางส่วนเท่านั้น แต่สิวบริเวณใต้ผิวหนังไม่ออกมาด้วย ซึ่งสุดท้ายก็จะติดเชื้อและอักเสบตามมาในภายหลัง

 

เตรียมตัวกดสิวอย่างไร

วิธีที่ถูกต้องคือใช้อุปกรณ์ที่สะอาดในการช่วยกดตัวสิวออกมา โดยอุปกรณ์ที่จะใช้นั้นต้องผ่านการทำความสะอาดมาอย่างดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และลุกลามของสิว

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการกดสิว

  • ไม้กดสิว โดยที่กดสิวนั้นจะมีลักษณะคล้ายห่วงทรงกลม อีกด้านจะมีเข็มปลายแหลมเอาไว้เจาะสิว ซึ่งที่กดสิวนั้นมีหลายแบบให้เลือกตามความเหมาะสม ที่กดสิวแบบมาตรฐานจะมีหน้าตาประมาณนี้ไม้กดสิว
  • ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดหน้าที่สะอาดผ่านการซักฆ่าเชื้อมาเรียบร้อยแล้ว
  • น้ำเกลือสำหรับล้างแผล น้ำเกลือเอาไว้เช็ดหัวสิวหลังจากที่กดเสร็จแล้ว
  • แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ใช้สำหรับทำความสะอาดอุปกรณ์กดสิวให้สะอาด
  • สำลีหรือกระดาษทิชชู ใช้ซับเลือดและเช็ดที่กดสิว
  • ถุงมืออนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง ใช้สวมใส่เพื่อรักษาความสะอาด

 

ขั้นตอนในการกดสิว

  1. ทำความสะอาด
    • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่
    • ทำความสะอาดเครื่องมือด้วยแอลกอฮอล์ให้เรียบร้อย
    • ควรใส่ถุงมืออนามัยเพื่อความสะอาดที่สุด
  1. เปิดรูขุมขน ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบไว้ที่ใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที เพราะรูขุมขนของเราจะเปิดเมื่อได้รับอุณภูมิสูงประมาณหนึ่ง และเมื่อรูขุมขนเปิดก็จะสามารถบีบสิวออกได้ง่ายขึ้น
  2. ลงมือกดสิว
    • ใช้ที่กดสิวด้านที่เป็นห่วงกลม ๆ กดลงไปบริเวณที่เป็นสิว ทำมุมประมาณ 45 องศา โดยกดเบา ๆ เพียงเท่านั้น หากกดแรงเกินไปหน้าจะช้ำและอักเสบ
    •  หากเป็นสิวหัวดำหรือสิวหัวแข็ง ๆ บางประเภทสามารถใช้หัวเข็มสะกิดเบา ๆ ก่อนกดได้
    • หากกดสิวไม่ออก ให้เว้นระยะเวลาประมาณ 1 วันค่อยกดใหม่
    • จุดสำคัญคือต้องกดสิวออกมาให้หมด หากเหลือสิวไว้สุดท้ายสิวที่เหลือนั้นจะทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียและอักเสบอีกครั้ง
    • หลังจากกดสิวแล้วหากมีเลือดออกให้ใช้สำลีกดห้ามเลือดเบา ๆ
  1. ล้างแผล เมื่อบีบสิวเสร็จแล้วให้ทำความสะอาดใบหน้าด้วยสำลีชุบน้ำเกลือ เช็ดให้ทั่วเบา ๆ เป็นการฆ่าเชื้อ
  2. ทายาแต้มสิว หลังจากทำความสะอาดแล้วควรทายาแต้มสิว เพื่อให้สิวหายเร็วขึ้น

วิธีดูแลตนเองหลังกดสิว

  1. ใช้น้ำแข็งประคบ หลังจากกดสิวเสร็จแล้วมักจะเกิดอาการบวมแดงควรใช้น้ำแข็งประคบเบา ๆ เพื่อช่วยลดบวมได้
  2. ทาครีมลดรอยแดง การลดการบวมแดงนั้นทำได้หลายแบบโดยมีวิธีแนะนำดังนี้
    • ใช้ยา Salicylic Acid ชนิดครีม ความเข้มข้นประมาณ 0.5-2 เปอร์เซ็นต์ ทาลงบาง ๆ บนผิววันละ 1-3 ครั้ง
    • ใช้ว่านหางจระเข้แบบสด ๆ หรือแบบครีม 90% ขึ้นไปก็ได้ ทาลงไปในบริเวณที่บวมแดง เพื่อลดการอักเสบ

 

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงในการกดสิว

ผลข้างเคียงจากการบีบสิวนั้นส่วนมากเกิดจากการบีบสิวไม่ถูกวิธี ทำให้แบคทีเรียลงไปในชั้นผิวที่ลึกกว่าเดิม กลายเป็นสิวซับซ้อน ไม่หายสักที และยิ่งเรากดด้วยวิธีที่ผิดซ้ำ ๆ จะทำให้เกิดรอยลึกทำร้ายผิว รักษาได้ยาก

รักษาสิว

วิธีป้องกันการเกิดสิว

แต่ท้ายที่สุดแล้วการที่ต้องมานั่งกดสิวทุกครั้งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องดีเลย ทั้งเจ็บตัว และการรักษารอยดำก็นานกว่าจะหาย คงจะดีกว่าหากเราจะสามารถป้องกันการเกิดสิวตั้งแต่แรก ดังนั้นเรามีเทคนิคเล็ก ๆ สำหรับการป้องกันการเกิดสิวมาฝากท่านผู้อ่านทุกคนที่ทำง่าย ๆ ได้ดัง

    • ล้างหน้าให้สะอาด เป็นวิธีง่าย ๆ พื้นฐานเลย เพียงล้างหน้าให้สะอาดด้วยโฟมล้างหน้าที่มีสูตรเหมาะกับผิวของคุณ เท่านั้น เช่น หากเป็นคนผิวมันมากให้ใช้สูตรลดความมัน และลดการเกิดสิว
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ลดการเกิดสิว เปลี่ยนครีมบำรุงสักพักในช่วงที่เป็นสิว อาจจะเปลี่ยนมาใช้ครีมประเภทเวชสำอางที่มีส่วนผสมที่สามารถช่วยรักษาสิวได้ เช่นครีมบำรุงที่มีคุณสมบัติช่วยลดความมันของผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้ดี
    • ทาครีมกันแดด ต้นเหตุของการเกิดสิวนั้นคือรังสี UV จากแสงแดด ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือทาครีมกันแดดป้องกัน โดยมีข้อแนะนำเล็กน้อยให้ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อลดการอุดตัน
    • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง และเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง
    • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีความชุ่มชื้นตลอดเวลา ลดการสร้างน้ำมันส่วนเกินมาทดแทนการขาดน้ำของผิวหน้า หากมีน้ำมันส่วนเกินมากเกินไปก็จะเกิดการอุดตันและกลายเป็นสิว
    • หลีกเลี่ยงการจับหน้าบ่อย ๆ เพราะมือของเรานั้นผ่านการจับมาหลายอย่างในวัน ๆ หนึ่ง ทำให้มีแบคทีเรียตกค้างอยู่ที่มือเป็นจำนวนมาก และถ้าเราใช้มือไปจับใบหน้าก็จะทำให้แบคทีเรียเหล่านั้นไปผสมกับเชื้อสิวที่รูขุมขน เกิดเป็นสิวอักเสบขึ้นมาได้
    • ซักเครื่องนอน ควรซักทำความสะอาดผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนรวมไปถึงผ้าเช็ดหน้า เช็ดตัว บ่อย ๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อลดเชื้อแบคทีเรียที่สะสม